ส.ส.ภท. ซัด มีขบวนการใส่ร้าย ’ภูมิใจไทย‘ ฮั้วเลือก สว.67 ตั้งข้อสังเกต DSI ใช้อำนาจมิชอบข่มขู่พยาน - ยัดสำนวน หวังผลไกลถึงขั้นยุบพรรค พร้อมจี้ถาม 7 กกต. เชื่อว่ามีขบวนการฮั้วหรือไม่
วันนี้ (16 ก.ย.69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และพ.ศ. 2568
นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ร่วมอภิปรายว่า หลายคนวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของ กกต. เช่นเดียวกับตนเอง ที่มีคำถามที่อยากถาม กกต. ทั้ง 7 คน ซึ่งสิ่งที่ตั้งใจถามมีอยู่ 2 ประเด็น โดยเพื่อนสมาชิกมีการอภิปรายพยายามโน้มน้าวให้สังคมเชื่อ และพูดมากว่า 2 ปีแล้ว บางพรรคเพิ่งจะมาเริ่มรู้สึก 2 เดือนที่แล้ว
นายภราดร กล่าวอีกว่า พวกตนเองในฐานะผู้ที่ถูกกล่าวหา ถูกกล่าวหาเรื่องนี้มาถึง 2 ปีแล้ว ข้อกล่าวหาใหญ่คือการเลือกตั้งสว. ปี 2567 ที่ผ่านมาเป็นกระบวนการฮั้วที่สุดในประเทศไทย เกิดจากพรรคการเมืองของพวกตนเอง โดยมีกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดอยู่ในกระบวนการ จึงอยากถาม กกต. ว่า เมื่อมีใครกล่าวหาว่าเป็นกระบวนการ ท่านเชื่อหรือไม่ว่ากระบวนการดังกล่าว มีอยู่จริง หากเชื่อตามคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ทำไมถึงลงมติแบบ 7 ข้อกล่าวหา ทำไมไม่ลงมติแบบก้อนใหญ่ แต่เป็นการลงมติรายบุคคล หากเชื่อว่ามีกระบวนการจริง ทำไมถึงไม่มีการลงมติว่าทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการหรือไม่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ท่านไม่เชื่อว่ามีกระบวนการฮั้ว จึงมีการสอบรายบุคคล และก็ไม่ได้สอบตนเองด้วย จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าทั้ง 7 คน ไม่เชื่อว่ามีกระบวนการจึงลงมติรายบุคคลดังกล่าวใช่หรือไม่
นายภราดร จึงอยากถามอีกว่า ได้มีการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ ว่ามีกระบวนการใส่ร้ายป้ายสี และสร้างภาพว่าตนเองเป็นผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด ก่อนไล่เลียงไทม์ไลน์ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2568 ที่ดีเอสไอ แจ้งไปยัง กกต. ว่าคดีดังกล่าวมีมูลให้ กกต. นำไปดำเนินการ และเมื่อกกต. ไม่รับ จนทำให้ดีเอสไอประชุม ทำให้มีอำนาจเพื่อเข้ามาทำคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 แต่ส่งเรื่องไปที่กกต. ว่าคดีมีมูลตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ก่อนที่จะมีคดีพิเศษ หมายความว่าดีเอสไอ ใช้อำนาจอะไรในการทำคดีนี้ ทั้งที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตัวเอง จึงอยากชี้ให้เห็นว่าที่มาต้นทาง ชอบหรือไม่ และ 18 มีนาคม 2568 ก็มีการตั้งคณะอนุชุดที่ 26 มา และก็มีท่านคนนั้นเป็นประธานอยู่ด้วย ตนจึงอยากถามว่า เมื่อมีคณะกรรมการจำนวน 25 ชุดอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องตั้งคณะพิเศษขึ้นมา เพื่ออะไร และเมื่อตั้งพิเศษแล้ว ที่พิเศษใส่ไข่กว่านั้นอีก คือดึงดีเอสไอเข้ามาอยู่ในคณะอนุฯ ชุดนี้ 3 คน ซึ่งเป็นคนที่ส่งเรื่องให้กกต. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ และกกต. ไม่รับหมายความว่า พยายามเอาสำนวนที่มิชอบเข้ามายัดในกกต. ชุดที่ 26 เพื่อสร้างภาพให้เห็นว่าว่ามีกระบวนการแบบนี้
นายภราดร กล่าวอีกว่า มีพยานกลับคำให้การ ซึ่งที่ต้องกลับคำให้การ เพราะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอข่มขู่ จะต้องได้รับโทษ หากไม่ให้ความร่วมมือ และไปสร้างเรื่องให้พยานปากนั้นไปให้การแบบหนึ่งแบบใดที่เป็นการใส่ร้ายพวกตนเอง ซึ่งสังเกตหรือไม่ว่า การกระทำดังกล่าว จะต้องเกิดในจังหวัดเล็ก ๆ จึงขอถามว่าจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษเล็กหรือไม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่เล็กเลย จึงต้องข้อสังเกตว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะจุดประสงค์ต้องการให้พรรคเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และสุดท้ายนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย จึงอยากถามดัง ๆ ไปยัง กกต. ว่าเคยสังเกตเห็นกระบวนการเหล่านี้หรือไม่
“มีกระบวนการที่พยายามใส่ร้ายพวกผม ป้ายสีพวกผม ก็ย้อนไปที่กระบวนการเหล่านี้ ถ้าเห็นว่ามีกระบวนการจริง ทำไม กกต. 7 ท่าน ไม่ลงมติอีกแบบ มีกระบวนการ (ฮั้ว สว.) หรือไม่ ทำไมถึงลงมติรายบุคคล และลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่มีกระบวนการนี้อยู่จริง” นายภราดร กล่าว
นายภราดร ย้ำว่า ท่านเคยเห็นกระบวนการเหล่านี้หรือไม่ หรือตั้งข้อสังเกตเพียงว่าเอาตามที่ชุดอนุที่ 26 ทำกันมา รวมไปถึงคนที่ไปสอบสวนพยานคนดังกล่าวคือนายเอกรินทร์ ดอนดง ซึ่งเป็นหน้าห้องของสว. ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเคยเป็นรองอธิบดีเอสไอ เป็นผู้สมัคร และสอบตก สุดท้ายแล้วก็เป็นผู้ร้อง
“ผมสงสัยได้หรือไม่ ว่า ให้ลูกน้องตัวเองมาสอบสวน และบังคับขู่เข็ญให้พยานให้การอย่างที่ต้องการ ให้เห็นภาพ สร้างภาพปีศาจว่ามีกระบวนการ และสว. ที่สอบตกที่เป็นผู้ร้องเป็นนักเรียนนายร้อย รุ่นเดียวกับผู้มีอำนาจท่านหนึ่งในขณะนั้น ตนเองเชื่อมโยงได้หรือไม่ว่าเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงว่าใส่ร้ายพวกตน และมีธงปลายทางว่าจะต้องยุบพรรคภูมิใจไทยให้ได้” นายภราดร ย้ำ
นายภราดร ยังตั้งคำถามอีกว่า เรื่องโพย ถามว่ากกต. หรือไม่ ว่าโพยดังกล่าว ถูกส่งให้ถึงมือตอนไหน คือตอนที่เลือกตั้งเสร็จไปแล้วทั้ง 200 คน จึงมีเรื่องโพยออกมา เคยไปดูหรือไม่ว่า เป็นโพยจริง หรือโพยปลอม ทำขึ้นมาหลังการเลือกตั้งเสร็จแล้วหรือไม่ มั่นใจได้อย่างไรว่าโพยดังกล่าว เกิดขึ้นที่สนามเลือกตั้งที่เมืองทอง เพราะผู้ร้องที่ไปยื่นก็บอกว่าเก็บได้ในห้องน้ำ บนพื้น จะเชื่อได้อย่างไร ดังนั้นตนเองสงสัยว่าโพยดังกล่าวถูกทำขึ้น หลังได้สว. ทั้ง 200 คนแล้ว ทำให้เหมือนกันซัก 40 - 50 ใบก็เป็น พยานหลักฐานที่ทำให้ท่านเชื่อได้ว่าแล้วท่านสงสัยหรือไม่
“เป็นคำถามสองข้อที่ต้องถามดังดังไปที่กกต. ว่าเคยสังเกตสิ่งที่ผมสังเกตและผมทนมาสองปีในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ท่านให้ความเป็นธรรมกับพวกผมแค่ไหน” นายภราดร กล่าวทิ้งท้าย


