“รัดเกล้า” ซัด กกต.ปล่อยงบปราบทุจริตค้างท่อ-งานค้างเรื้อรัง ตั้งคำถามคดีฮั้ว สว.ดำเนินคดีเพียง 77 คน “เกรงใจใคร” เปรียบหนูร่าเริง โกงขยายพันธุ์เพราะแมวไม่จับ ยกคำ “พุทธทาส” เตือนความเห็นคนไม่ดีรวมกันแล้วบังคับทั้งประเทศ อาจกลายเป็น “เมืองนรก”
วันนี้ (16 ก.ย.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายขอบคุณ กกต.เสียงข้างน้อย โดยเฉพาะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ที่ออกมาอธิบายเหตุผลการลงมติคดีฮั้ว สว.ต่อสาธารณะ
นางรัดเกล้า กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม แต่รายงานกลับสะท้อนปัญหาประสิทธิภาพ โดยปี 2567 งบยุทธศาสตร์เร่งรัดพัฒนาการเมืองและบริหารการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ได้รับ 51.3 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายไม่ถึง 40% ส่วนปี 2568 เบิกจ่ายประมาณ 41% พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงปล่อยงบที่ควรนำไปใช้รับมือการทุจริตค้างอยู่จำนวนมาก
“หนูมันถึงเริงร่านักหนา แมวไม่จับหนูไงคะ แมวไม่ทำงาน วัฒนธรรมการโกงในประเทศไทยขยายพันธุ์เติบโตไปอย่างรวดเร็วมาก” นางรัดเกล้า กล่าว พร้อมวิจารณ์ปัญหางานค้างที่ต้องยกไปปีต่อไป และย้ำว่า “ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม”
นางรัดเกล้า ยังกล่าวถึงผลพิจารณาคดีฮั้ว สว.ที่มีการดำเนินคดี 77 คน โดยตั้งคำถามว่า ผลดังกล่าวยิ่งตอกย้ำข้อครหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ พร้อมถามว่า กกต. “เกรงใจใคร” และแสดงความกังวลต่อความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระขององค์กร
จากนั้น ระบุว่า ตนใช้นามสกุล “สุวรรณคีรี” ซึ่งต่อสู้เพื่อความถูกต้องมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และยอมรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมวิจารณ์ว่าสังคมไทยกำลังบิดเบี้ยวจนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้
ช่วงท้าย นางรัดเกล้า ยกคำสอนของพุทธทาสภิกขุ โดยกล่าวถึงแนวคิดว่า หากความคิดเห็นของคนไม่ดีถูกรวมเข้าด้วยกันและนำไปใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ สุดท้ายประเทศก็อาจกลายเป็น “เมืองนรก” พร้อมตั้งคำถามถึงอนาคตประชาธิปไตยและสังคมไทย


