เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด นำโดยนายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผจก ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย)พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้ลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. ..(ฉบับภาคประชาชน) และข้อเสนอ
นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน มูลนิธิฯ พร้อมด้วยเครือข่ายได้ไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยในวันนั้นได้เข้าพบกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ในฐานะผู้กำกับดูแลปัญหายาเสพติด เพื่อนำเสนอปัญหาและแลกเปลี่ยนมุมมอง เนื่องในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน ของทุกปี) ซึ่งในวงประชุมได้มีการหารือถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ. กัญชา-กัญชง ฉบับภาคประชาชนที่มุ่งเน้นประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ ที่ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน
นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นที่เรามายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในวันนี้ก็เพื่อแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อดังนี้ 1. ขอให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะผู้นำรัฐบาลเร่งใช้กลไกทางนิติบัญญัติ ออกพ.ร.บ.กัญชา กัญชง โดยยึดหลักการสำคัญ คือ กัญชาทางการแพทย์เพื่อผู้ป่วยทุกคนที่ต้องใช้รักษาอย่างเท่าเทียม ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการ และปกป้องเด็ก เยาวชน กลุ่มเปราะบาง ให้นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม 2 ขอให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในฐานะนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองในร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. .... (ฉบับภาคประชาชน) ซึ่งมีประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอ 17,343 คนและ 3. มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด และภาคีเครือข่ายยินดีสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกรูปแบบ ร่วมกันลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด และขอขอบคุณที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน
ด้าน ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวว่าการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งได้รับประโยชน์ แต่ต้องมีการจัดการที่ดี การปล่อยเป็นสุญญากาศ จะเกิดผลเสียต่อสังคม มีข้อเสนอต่อบางประการ ต่อการดำเนินการในข้อกฎหมายที่สำคัญๆ ดังนี้ 1. การเข้าถึงของผู้ป่วยที่ถูกต้องตามหลักวิชาทางการแพทย์ทั้งแผนไทย แผนพื้นบ้าน และแผนปัจจุบันประกอบกัน ด้วยข้อมูลวิชาการสนับสนุนที่ถูกต้อง 2.การคุ้มครองผู้บริโภค และสิทธิผู้ป่วย ไม่ให้ถูกหลอกลวง หรือลักลอบผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมิได้แจ้ง ตลอดจนมิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด จึงต้องควบคุมแหล่งจำหน่าย หรือแหล่งบริการ การห้ามโฆษณา การห้ามขายทางออนไลน์ “3. การเฝ้าระวังความปลอดภัยเป็นหัวใจ ที่รัฐต้องเข้มงวดในระบบนี้ และติดตามผลกระทบมาวิเคราะห์ให้ชัดเจน จากการติดตามที่ผ่านมาพบมีช่องว่างเกิดขึ้น รัฐควรสนับสนุน ให้ภาคประชาสังคมใีห้มีบทบาทร่วมเฝ้าระวังปัญหา ต่างๆ นำมาข้อมูลจากการเฝ้าระวังมาเปิดเผย และ 4. เด็กๆ ต้องได้รับคุ้มครองเป็นพิเศษ เพราะมีผลกระทบสูง 5.รัฐพึงสนับสนุนนโยบายวิจัยและพัฒนายาจากกัญชาเพื่อให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์สูงสุด และ 6. นายกรัฐมนตรีพึงสนับสนุนบทบาทภาคประชาสังคมในการเสนอกฎหมายฉบับปัจจุบันทั้งด้วยการลงนามรับรองว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ในร่าง พรบ กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่เสนอจากภาคประชาชน ที่ยื่นต่อรัฐสภาไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ ภาคประชาสังคม มีบทบาทในการร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง กฎหมายร่วมกันทุกฉบับ ที่มีผู้เสนอ และตลอดจน ร่วมในการบริหารกฎหมายด้วยการเป็นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง” ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าว
ขณะที่ นายนิกร จำนงค์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ทราบว่าขณะนี้ภาคประชาชนได้ร่วมรายชื่อกันตามกฎหมายกำหนดยื่นเข้าสู่สภาแล้ว ในส่วนของทางพรรคภูมิใจไทยนั้น ก็ไปในทางเดียวคือยื่นเข้าสู่สภา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอลงนามเพราะเป็นพ.ร.บ.การเงิน ทั้งนี้หลักการของกฎหมายก็ตรงกันคือให้ใช้ประโยชน์เพื่อการแพทย์ เรื่องที่เราแก้คราวที่แล้ว ได้ประโยชน์ส่วนหนึ่งก็มีโทษส่วนหนึ่ง ดังนั้น จะต้องมีเครื่องมือในการกำกับดูแล ดูแล้วกฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอมาก็ชัดเจน ซึ่งตรงกับพรรคภูมิใจไทยที่เราอยากจะมีกฎหมายมาควบคุมตรงนี้ ดังนั้น ทางพรรคภูมิใจไทยก็รับปากว่าในเมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อท่านนายก อย่างไรก็ตามกว่ากฎหมายจะผ่านจะต้องมีการส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและต้องใช้เวลา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลก็จะได้มีการเร่งรัดผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้เร่งดำเนินการ เช่นเดียวกัน เพื่อให้เข้าสู่ที่ประชุมสภาในสมัยการประชุม


