เปิดเบื้องหลังมติ กกต.คดีฮั้ว สว. 26 สว.ถูกฟ้องด้วยเสียง 4 : 3 ขณะที่ 21 ผู้ถูกกล่าวหา ภท.รอดด้วยมติ 5 : 2 พบมีเอกฉันท์ในราย “สว.สรชาติ-สุบิน ผู้ช่วย สส.”
วันนี้ (15 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี กกต.มีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.จำนวน 77 นั้น มีรายงานว่า ผลการลงมติผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคลทั้ง 427 คน ใน 7 ข้อกล่าวหานั้น เสียง กกต. ที่ลงมติส่วนใหญ่เป็นเสียงข้างมากทั้งสิ้น โดยมีทั้ง 4 : 3, 5 : 2, 6 : 1 และมีเพียงไม่กี่รายที่เป็นมติเอกฉันท์ โดยในกรณีที่ กกต.มีมติสั่งฟ้อง สว. 26 ราย ในข้อกล่าวหาที่ 3-7 คือ การฝ่าฝืนระเบียบการแนะนำตัวของผู้สมัคร ไปจนถึงการให้หรือสัญญาจะให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจการลงคะแนน การจัดเลี้ยง การเรียกรับตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2560 มาตรา 77 (1) (3) นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการสมัคร สว. ตามมาตรา 79 และผู้มีสิทธิเลือกเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการลงคะแนน ตามมาตรา 81 นั้น เป็นมติเสียงข้างมาก 4 : 3 เสียง
ขณะที่ในข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2560 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง และวรรคสองที่กำหนดห้ามกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก และผู้สมัครยินยอมให้พรรคการเมืองสนับสนุน ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค สส.และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพรรคภูมิใจไทยถูกร้องรวม 21 ราย และ กกต.มีมติไม่สั่งฟ้องทั้งหมดนั้นก็เป็นเสียงข้างมาก 5 : 2 เสียง โดยสองเสียงข้างน้อย คือ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และ นายชาย นครชัย
ส่วนที่ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ อาทิ ในรายของ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม — กลุ่มที่ 13 (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การสร้างสรรค์นวัตกรรม) จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งตามสำนวนของคณะที่ 26 พบหลักฐานเส้นทางการเงินและแชตไลน์
กับ นายสุบิน ศักดา ซึ่งอยู่ในกลุ่มบุคคลอื่น โดย นายสุบิน เป็นผู้ช่วย สส.ของ นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ที่พบหลักฐานเส้นทางการโอนเงินให้กับ นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร น.ส.นิสิตา หมั่นไชย ซึ่งก็ถูก กกต.สั่งฟ้องด้วย


