มท.2 ประกาศล่าแผ่นดินคืน ขีดเส้นตายสิ้น ก.ย. นี้ สางปม “นอมินี-ต่างด้าว” ถือครองที่ดินผิดกฎหมาย หลังยอดพุ่งกว่า 2,200 บริษัท เสียหายแตะ 8.5 หมื่นล้าน ลั่นเร่งบังคับจำหน่ายเด็ดขาดทุกคดี ไม่มีละเว้น พร้อมเปิดฟ้องหลังบ้านประสานทุกหน่วยทำงานเร็วขึ้น
วันนี้ (15 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมบูรณาการข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และนอมินี ว่า วันนี้เป็นการเชิญรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันหารือนอกรอบถึงการทำงาน เพราะนอกจากเรื่องนอมินีแล้ว ยังมีกรณีอื่นที่ทางกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทรวงพาณิชย์ กำลังดำเนินการอยู่ และเรามองปัญหาจากการที่ไปปฏิบัติหน้าที่ว่ามีอะไรบ้าง โดยแต่ละหน่วยงานได้นำปัญหามาแชร์กัน สรุปทุกหน่วยงานที่มาในวันนี้ จะไปเชิญ กระทรวงแรงงาน ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ศปอท. เข้าร่วมด้วย รวมถึงกระทรวงการคลัง เพราะมีเรื่องของการเสียภาษี ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานจะมีห้องหลังบ้าน ซึ่งมีระดับผู้บริหาร 1-2 คนอยู่ด้วย เพราะหากต้องการข้อมูลหรือมีภารกิจอะไรเร่งด่วน ก็จะส่งข้อมูลมาในห้องนี้ เพื่อการประสานงานที่เร็วขึ้น
ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มองว่า ถ้าต้องการข้อมูลหรือการประสานงานอะไร หากส่งเอกสารอย่างเดียว กว่าจะไปถึงแต่ละกรมก็ใช้นาน ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ไปจนถึงการดำเนินคดี ก็จะล่าช้า อีกสิ่งหนึ่งที่พบ คือ คนที่มีจิตใจไม่ดี ที่ครบองค์ประกอบต่างๆ เริ่มมีการโอนหนีโอนย้ายแล้ว ดังนั้นการที่เราจะเอาแผ่นดินของไทยคืน ซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว ก็อยากเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
วันนี้ทุกงานมาแชร์ตัวเลขกัน ได้ข้อสรุปว่าที่ดินที่ถือครองโดยบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นส่วนมากกว่าคนไทย ซึ่งผิดกฎหมายมีประมาณ 2200 บริษัท ส่วนบริษัทที่ต้องสงสัย ที่อาจมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น หรือเปลี่ยนเลขบัญชี มีกว่า 1,100 บริษัท มูลค่าประเมินเบื้องต้นในช่วง 2 สัปดาห์ก่อน อยู่ที่ 65,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดคือ 85,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้จะนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป
“กรมที่ดินจะเร่งรัดในการสืบสวน ทุกๆ บริษัทที่ถือครองที่ดิน และจะบังคับจำหน่ายต่อไป ส่วนอีกว่า 10,000 บริษัท ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมพัฒนาธุกิจหารค้า (ดีบีดี) กรมที่ดิน กรมการปกครอง จะร่วมกันสืบสวน เพื่อชี้ให้ชัดว่าเป็นบริษัทที่ผิดหรือถูก เป็นนอมินีหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีและบังคับจำหน่ายต่อไป” นายพลพีร์ กล่าว
เมื่อถามว่า การชี้ถูกผิดของบริษัทต่างๆ 2,200 แห่ง ได้เมื่อไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ต้องจบภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่ง 2,200 แห่ง มันชัด ส่วนอีกกว่า 10,000 แห่ง ควรจะเป็นสิ้นเดือนนี้เสร็จ
เมื่อถามถึงการลงโทษกับพวกที่ใช้นอมินี หากมีความผิดจริงต้องเนรเทศหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องการครอบครองที่ดินอาจจะไม่ใช่เข้าข่ายการเนรเทศ ซึ่งกฎหมายเนรเทศที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนาม เราไม่ได้ต้องการใช้ในทุกโอกาส พูดง่ายๆ เราไม่ใช้พร่ำเพรื่อ แต่ถ้าต่างชาติมีพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ทำผิดกฎหมาย หรือมีคำตัดสินจากศาลต่างๆ แล้ว อันนี้เข้าข่ายโดยทันที แต่อย่างกรณีที่รัชดา-ห้วยขวาง ที่ตนไปจับผับ 157 มีชาวต่างชาติ 5 คน ซึ่งศาลตัดสินและปรับไปแล้ว เราไม่ได้เนรเทศ แต่เป็นการถอนวีซ่าและเชิญออก


