“นันทนา” นำทีม สว.สวมหมวกเซฟตี้ ประชดความปลอดภัยสภา 2 หมื่นล้าน หลังฝ้าโรงอาหารถล่ม จี้อย่าใช้งบใหม่ซ่อม ด้าน “วิลาศ” แฉฝ้าถล่ม-น้ำรั่วกว่า 10 ครั้ง วสท.เคยพบจุดเสี่ยง 101 จุด เปิดปมส่งมอบงาน 100% ก่อนสภาเซ็นรับรอง จี้เรียกผู้รับเหมารับผิดชอบ
วันนี้( 14 ก.ย.)ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ร่วมแถลงกรณีฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภาพังถล่มเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วม
น.ส.นันทนา พร้อมคณะได้นำหมวกนิรภัยมาสวมระหว่างแถลงข่าว เพื่อสะท้อนปัญหาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภา โดยระบุว่า ก่อนครบสัญญารับประกันอาคารเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569กลุ่มของตนเคยออกมาเตือนถึงปัญหาทั้งน้ำท่วม ส้วมแตก ผนังร้าว เพดานรั่วและฝ้าถล่ม แต่ปัญหายังคงเกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่เรียกผู้รับเหมามาแก้ไขตั้งแต่ก่อนหมดสัญญารับประกัน
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ปัจจุบันคนที่เดินภายในรัฐสภาต้องคอยระวังฝ้าเพดาน แต่หากมัวมองข้างบนก็อาจเดินตก “สระมรกต” โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมายังมีพระสงฆ์เดินตกลงไป ขณะที่เวลาฝนตกก็พบปัญหาน้ำรั่วจนเจ้าหน้าที่ต้องนำถังมารองรับน้ำ
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาคารรัฐสภาที่ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 2 หมื่นล้านบาท กลับประสบปัญหาฝ้าถล่มและน้ำรั่ว กระทบทั้งความปลอดภัยและภาพลักษณ์ประเทศ จึงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเร่งแก้ไข และไม่ควรนำงบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ซ่อม แต่ต้องเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้รับเหมา
ด้านนายสุนทร ระบุว่า ปัญหาความปลอดภัยในรัฐสภามีหลายจุด ทั้งน้ำรั่ว ประตูแตก ฝ้าถล่ม น้ำจากท่อพุ่งขึ้นบริเวณลานจอดรถ B2 รวมถึงรอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต พร้อมเรียกร้องผู้มีอำนาจอย่า “เกรงใจผู้รับเหมา” จนละเลยความถูกต้องและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร
ขณะที่ น.ต.วุฒิพงศ์ ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาเชื้อราบริเวณท่อแอร์ ซึ่งอาจกระทบสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงถนนทรุดรอบรัฐสภา พร้อมย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ต้องแก้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา
นายพรชัย เสนอให้เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบก่อนหมดระยะเวลารับประกัน ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ลงนามรับรองงาน พร้อมตั้งคณะกรรมการอิสระจากภายนอกและคณะทำงานร่วม สส.-สว. เพื่อตรวจสอบจุดเสียหาย งานที่อาจไม่ตรงสเปก และหาผู้รับผิดชอบ
ขณะที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ปัญหาฝ้าถล่มและน้ำรั่วภายในรัฐสภาไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง เพียงแต่หลายเหตุการณ์ไม่ได้เป็นข่าว โดยยกตัวอย่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ฝ้าเคยถล่มภายในห้องประชุมสัมมนาซึ่งอยู่ติดกับห้องอาหาร B2
นายวิลาศ ระบุว่า ผู้รับจ้างแจ้งว่าส่งมอบงานครบ 100% ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2566 แต่ต่อมาวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามรับรองว่างานเสร็จสมบูรณ์ 100% ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ทำให้ตนนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในประเด็นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายวิลาศ ยังตั้งข้อสังเกตต่อคำอธิบายที่ระบุว่าฝ้าถล่มอาจเกิดจากความชื้นของเครื่องปรับอากาศ โดยระบุว่าวิศวกรยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ พร้อมเปิดข้อมูลว่า วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เคยเข้าตรวจสอบอาคารและพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด แบ่งเป็นจุดเสี่ยงมาก 91 จุด และเสี่ยงปานกลาง 10 จุด
นายวิลาศจึงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเร่งติดตามแก้ไขปัญหา พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายและความรับผิดชอบจากผู้รับเหมา แทนการนำเงินงบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่มาซ่อมแซมอาคาร
ด้าน น.ส.นันทนา ย้ำทิ้งท้ายว่า ปัญหานี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และประชาชนที่เข้ามาใช้อาคาร จึงควรเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ เพื่อสร้างความโปร่งใส หาผู้รับผิดชอบ และคืนความสง่างามให้กับรัฐสภา


