xs
xsm
sm
md
lg

คุมเพลิง รพ.บ้านแพ้ว 100%! “เจเศรษฐ์” รุดลงพื้นที่ทันที สั่ง ปภ.-โยธาฯ ตรวจโครงสร้างด่วนก่อนเปิดใช้ ชื่นชมแผนอพยพไว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) รุดลงพื้นที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ หลังเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันนี้ โดยเพลิงลุกไหม้บริเวณแผนกกายภาพบำบัด ชั้น 1 ของอาคาร

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและ อปพร. ได้เร่งเข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุ พร้อมกับโรงพยาบาลดำเนินการอพยพผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ในฐานะที่กำกับดูแล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง มท.3 ได้สั่งการเร่งด่วนให้ทั้งสองหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยให้ ปภ. สนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและระงับเหตุสาธารณภัย ประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังเหตุซ้ำ ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียมเข้าตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนการกลับเข้าใช้พื้นที่

ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้ 100% แล้ว และไม่มีผู้เสียชีวิตมีเพียงผู้ได้รับเล็กน้อยจากการสำลักควัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการระบายควันที่ตกค้างภายในอาคาร และประเมินความปลอดภัยของพื้นที่อย่างละเอียด

มท.3 กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย โดยขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและ อปพร. และ อส. ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่และปฏิบัติการระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านการอพยพ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

“วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่มีการสูญเสียชีวิตและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อปพร. และบุคลากรของโรงพยาบาลที่ทำงานอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ การตอบสนองในช่วงนาทีแรกมีความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและประชาชน” มท.3 กล่าว

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ มท.3 เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองจะเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคาร เพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยก่อนพิจารณาการกลับเข้าใช้พื้นที่ ขณะเดียวกันได้ประสาน กรมควบคุมมลพิษ เข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศและค่ามลพิษจากควันที่ยังตกค้างอยู่ภายในโรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน

ส่วนการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเก็บหลักฐานและตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด ก่อนสรุปข้อเท็จจริงต่อไป

มท.3 ย้ำว่า หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้ว ภารกิจสำคัญคือการสร้างความมั่นใจว่าพื้นที่มีความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร คุณภาพอากาศ และการป้องกันเหตุซ้ำ โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนโรงพยาบาลอย่างเต็มที่จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

“ในฐานะที่กำกับดูแลทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้สั่งการให้ทั้งสองหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน เพราะความปลอดภัยต้องดูให้ครบทุกมิติ ทั้งการป้องกันและระงับเหตุ ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร รวมถึงสภาพแวดล้อมภายในอาคาร หลังจากนี้ต้องทำให้มั่นใจว่าอาคารปลอดภัย อากาศปลอดภัย และประชาชนปลอดภัย ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” มท.3 กล่าว