คณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 (ปปร.30) เข้าร่วมประชุมหารือกับจังหวัดเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 รวมถึงมาตรการลดและงดการเผาในพื้นที่ มุ่งสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
การหารือครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ร่วมให้ข้อมูลสถานการณ์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อเสนอและแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่
สำหรับคณะนักศึกษา ปปร.30 ประกอบด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดย นายศุภชัย ยอดแก้ว ประธานกรรมการ บริษัท นนทยศ จำกัด พร้อมด้วย นายสัจจา เขม้นงาน ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น นางสาวปิ่นทอง อินทรศรี ผู้ตรวจการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร้อยตำรวจเอก ธนรัช จงสุทธานามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน และนายเมธี รัตนเสนีย์ แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา
ส่วนภาคเอกชน ประกอบด้วย นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒธ์ กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นางสาวตรีณปางศ์ มณีชาตรี ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลและผลิตสื่อ บริษัท วีโอพี มีเดีย จำกัด นายทนงศักดิ์ ฉัตรจุฑามาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จุฑามาศ แอสเซท จำกัด นางปิยะภา จงเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 14 เอสวายเซอรี่ จำกัด นายสุพัฒน์ ประภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ วายด์ จำกัด และนายอรรถเชษฐ์ จิตครองธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพร์ม รีสอร์ท จำกัด
จากความร่วมมือในพื้นที่ สู่การมีส่วนร่วมระดับชาติ
นอกจากการหารือกับจังหวัดเชียงรายแล้ว กลุ่มบ้านรัชดาภิเษก ปปร.30 สถาบันพระปกเกล้า ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้บริหารบริษัทกาแฟดอยช้างและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และขยายเครือข่ายความร่วมมือในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับชุมชน เกษตรกร ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ไปจนถึงประชาชนในวงกว้าง
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งต่อยอดจากการดำเนินงานในพื้นที่ สู่การสร้างการรับรู้ในระดับประเทศและการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือ National Awareness & People Participation เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ไม่เป็นเพียงภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการลดต้นเหตุ สร้างความเข้าใจ และร่วมกันดูแลคุณภาพอากาศอย่างยั่งยืน
ผลจากการดำเนินโครงการยังมีเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความพยายามของภาครัฐในการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของสังคม สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคต


