xs
xsm
sm
md
lg

“หมอตุลย์” แฉพิรุธ กกต.ตั้ง “วีระ ยี่แพร” แทรกอนุฯ สอบฮั้ว สว. ก่อนทำความเห็นไม่ฟ้อง สวนมติชุดใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอตุลย์” เปิดปมสอบฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกต กกต.ส่ง “วีระ ยี่แพร” รองเลขาฯ กกต. เข้าร่วมอนุฯ ชุดที่ 26 ภายหลังคณะทำงานเดิมเดินหน้าไปมากแล้ว ก่อนทำความเห็นแยกเสนอไม่ฟ้อง สวนทางมติอนุฯ ทั้งชุด ชี้อาจกลายเป็น “สารตั้งต้น” ให้เลขาฯ กกต.และ กกต. ใช้ประกอบการตัดสินใจ พร้อมตั้งคำถาม เหตุใดจึงรับฟังความเห็นคนเดียวมากกว่ามติคณะทำงาน

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชน เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนและไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะกรณีการแต่งตั้งบุคคลเพิ่มเติมเข้าไปในคณะอนุกรรมการสอบสวนและไต่สวน ส่วนกลางชุดที่ 26

นพ.ตุลย์ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2568 กกต.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนและไต่สวน ส่วนกลางชุดที่ 26 เพื่อดำเนินการสอบสวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. โดยมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวได้ดำเนินงานมาเป็นระยะและมีความคืบหน้าไปมาก

อย่างไรก็ตาม วันที่ 30 เม.ย. 2568 กกต.กลับมีคำสั่งแต่งตั้ง นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. พร้อมเจ้าหน้าที่รายอื่น เข้าไปเป็นอนุกรรมการในชุดที่ 26 เพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นพ.ตุลย์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีการอ้างว่าเป็นการเข้ามาช่วยงาน แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นนายวีระที่จัดทำความเห็นแยกเป็นเอกเทศ เสนอไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาหลายราย โดยเฉพาะผู้ถูกฟ้องที่ 1-140 ซึ่งเป็น สว. รวมถึงผู้ถูกฟ้องที่ 187-206 และ 228 ซึ่งความเห็นดังกล่าวมีเนื้อหาขัดแย้งกับมติของอนุกรรมการชุดที่ 26

“การที่ กกต.แต่งตั้งนายวีระ ยี่แพร เพิ่มเติม โดยอ้างว่ามาช่วยงาน แต่สุดท้ายกลับมาทำบันทึกแยกเป็นเอกเทศ ขัดแย้งกับมติของอนุฯ ชุดใหญ่” นพ.ตุลย์ระบุ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการลักษณะดังกล่าวอาจขัดกับหลักการทำงานของคณะอนุกรรมการที่ควรพิจารณาและมีความเห็นร่วมกันในฐานะคณะ

นพ.ตุลย์ยังกล่าวว่า ความเห็นของนายวีระอาจกลายเป็น “สารตั้งต้น” ให้เลขาธิการ กกต. และ กกต. นำไปใช้ประกอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหา แทนที่จะรับฟังมติของอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งดำเนินการสอบสวนไต่สวนมาก่อนหน้านั้น
พร้อมกันนี้ นพ.ตุลย์ใช้คำว่า การแต่งตั้งนายวีระเข้ามาเพิ่มเติมมีพิรุธและเปรียบเปรยในเชิงตั้งข้อสังเกตว่าเสมือน “ส่งมาเป็นไส้ศึก เกลือเป็นหนอน” ภายในอนุกรรมการชุดที่ 26 รวมทั้งตั้งคำถามต่อ กกต.ว่า เหตุใดจึงพร้อมรับฟังความเห็นของบุคคลเพียงคนเดียวมากกว่าความเห็นของอนุกรรมการทั้งคณะ

“จึงขอเรียนมาให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบข้อมูลที่เป็นพิรุธของ กกต. ไว้พิจารณา ก่อนการลงมติของ กกต.ในวันที่ 14 ก.ย. 69 ที่จะถึงนี้” นพ.ตุลย์กล่าว