xs
xsm
sm
md
lg

“ปกรณ์” ชี้ โจทย์ใหญ่สร้างความเชื่อมั่น ปชช. จี้แก้จุดอ่อนใช้ กม. ยกเคสปลาหมอคางดำ มองโกงสอบสะท้อนทุจริตเป็นปกติในครอบครัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองนายกฯ ชี้ โจทย์ใหญ่บริหารประเทศต้องสร้างความเชื่อมั่นจาก ปชช. แนะรัฐเร่งแก้จุดอ่อนการบังคับใช้ กม. ย้ำ จนท.ใช้อำนาจต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ ยก “ปลาหมอคางดำ” เป็นบทเรียน ขณะที่ทุจริตสอบท้องถิ่น-ซื้อเก้าอี้ราชการ สะท้อนการทุจริตถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในครอบครัว

วันนี้ (11 ก.ย.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และการป้องกันการทุจริต : รากฐานของการบริหารภาครัฐที่ยั่งยืน” โดยชี้ว่า เป้าหมายสำคัญของการบริหารภาครัฐไม่ใช่เพียงการมีกฎหมายหรือระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง แต่ต้องสร้าง ความไว้วางใจ หรือ Trust ระหว่างรัฐกับประชาชน ภาคธุรกิจกับรัฐ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะความไม่เชื่อมั่นและไม่ไว้วางใจกันเป็นต้นเหตุสำคัญของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า หลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลต้องเดินไปด้วยกัน โดยธรรมาภิบาลมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส ความเป็นธรรม ความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม การตอบสนองอย่างทันท่วงที และประสิทธิภาพ ซึ่งแม้ประเทศไทยจะมีหลักธรรมาภิบาลกำหนดไว้ในกฎหมายตั้งแต่ปี 2546 แต่ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่การนำไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเรื่อง Accountability และ Transparency พร้อมยกกรณี “ปลาหมอคางดำ” เป็นตัวอย่างของปัญหาความรับผิดชอบ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐอาจเข้าใจว่าตนเองมีเพียง “อำนาจ” ในการอนุมัติหรืออนุญาต แต่แท้จริงแล้วอำนาจดังกล่าวมาพร้อมหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่ต้องติดตามดูแลสิ่งที่อนุมัติไปอย่างเหมาะสม หากละเลยอาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมา

“หลักนิติธรรมต้องทำให้กฎหมายมีความชัดเจน เปิดเผย ใช้บังคับอย่างเท่าเทียม และมีการพิจารณาตัดสินอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรม รวมถึงต้องมีกฎหมายที่มั่นคงแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลงจนประชาชนไม่สามารถคาดการณ์ได้ และต้องลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น เพราะความไม่ชัดเจนของกฎหมายเปิดช่องให้เกิดความเหลื่อมล้ำและการเอารัดเอาเปรียบ”

นายปกรณ์ กล่าวถึงการที่รัฐบาลสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ว่า ขณะนี้ไทยได้เดินหน้าปรับปรุงกระบวนการออกกฎหมายให้สอดคล้องกับ Good Regulatory Practice ทั้งการประเมินผลกระทบก่อนออกกฎหมาย การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และการทบทวนกฎหมายเมื่อครบระยะเวลา อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาเรื่อง การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ต้องเร่งแก้ หากต้องการยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ

โดยตัวบทกฎหมาย และ ระบบเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากขาด “คน” ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย และผู้บังคับใช้กฎหมาย คนจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของระบบธรรมาภิบาล พร้อมยกแนวคิดว่า การทำให้ทุกคนเป็นคนดีอาจเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ “คนดีได้มีโอกาสปกครองบ้านเมือง”

นายปกรณ์ ยังชี้ว่า ปัญหาการทุจริตในสังคมไม่ได้เกิดจากการไม่มีกฎหมาย แต่เกิดจากคนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยยกตัวอย่างตั้งแต่เรื่องเล็ก เช่น การนำสิ่งของของส่วนรวมกลับไปใช้ส่วนตัว ไปจนถึงการทุจริตในระบบราชการ โดยมองว่าหากคนไม่สามารถแยกแยะได้แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ ก็ยากที่จะสร้างความไว้วางใจให้รับผิดชอบเรื่องใหญ่

ในประเด็นการป้องกันการทุจริต รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่า ต้องให้น้ำหนักกับการป้องกัน มากกว่าการปราบปรามเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างกรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กหรือผู้กระทำเพียงฝ่ายเดียว แต่บางกรณีครอบครัวมีส่วนสนับสนุนหรือมองการใช้เงินซื้อโอกาสเป็นเรื่องปกติ สะท้อนว่ารากฐานด้านคุณธรรมและความรับผิดชอบในครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง

“ตอนผมเป็นกรรมการสอบการทุจริตในการสอบเข้าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สำนึกในความรับผิด ชอบชั่วดีไม่มีเลย เป็นเรื่องที่บั่นทอน และทำลายระบบการปกครองส่วน ท้องถิ่นไทยอย่างรุนแรง คุณ สามารถที่จะใช้เงินเพื่อไปซื้อทุก อย่างได้ แม้กระทั่งการเข้ารับราชการ เพื่อมามีหน้ามีตาในสังคม เพื่อรับ เงินเดือนหลวง มีคนบอกว่าตัวเขาไม่ได้ทำ พ่อแม่เขาทำ พ่อแม่เขาจ่าย ผมคิดว่าครอบครัวนั้นใช้ไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงว่าการทุจริตเป็นเรื่องธรรมดาในครอบครัวไปแล้วสำหรับผม”

นายปกรณ์ ระบุว่า สังคมให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมากขึ้น แต่บางครั้งกลับละเลยเรื่อง ความสัมพันธ์และความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานในการสร้างสำนึกของเด็กและเยาวชน จึงควรเร่งสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการศึกษาและการบังคับใช้กฎหมาย

“การสร้างและพัฒนาคน” จึงถือเป็น Preventive Measure หรือมาตรการป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุด แม้อาจต้องใช้เวลาและยังไม่เห็นผลในทันที แต่หากเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ จะเห็นผลในอนาคต

ส่วนปัญหาธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมของไทยไม่ได้เกิดจากการขาดตำรา ขาดกฎหมาย หรือขาดหลักการ แต่รากของปัญหาอยู่ที่ คนขาดหิริโอตตัปปะ ขาดความละอายต่อการกระทำผิดดังนั้น การแก้ปัญหาจึงต้องทำทั้งสองด้านไปพร้อมกัน คือ ปราบปรามการทุจริตที่ปลายทาง และป้องกันที่ต้นทางด้วยการสร้างคน สร้างเด็ก และสร้างครอบครัวที่มีคุณธรรม เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและทำให้การบริหารภาครัฐเดินหน้าอย่างยั่งยืน