เมืองไทย 360 องศา
สังเกตหรือไม่ว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ “ต่อต้านยิว” หรือถึงขั้น “เกลียดยิว” ของคนไทย มากขึ้นเรื่อยๆ และมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าในช่วงเกิดสงครามในฉนวนกาซ่า ในปี 2566 ในตอนนั้นยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกเห็นอกเห็นใจชาวยิว หรือชาวอิสราเอลเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกันเมื่อสำรวจจำนวนคนไทยที่ไปทำงานเป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรมในอิสราเอลราว 6 หมื่นคน รวมไปถึงมีคนอิสราเอล มาท่องเที่ยวในไทยอีกปีละนับแสนคน และยังมีความร่วมมือช่วยเหลือไทยในด้านการเกษตรกรรม เรื่องความมั่นคงด้านการพัฒนาอาวุธ สารพัด
แต่กลายเป็นว่าในช่วงหลังกลับพบว่ามี “ชาวยิว” จำนวนมากที่มาอาศัยในประเทศไทย มีการตั้งเป็นชุมชนหลายแห่งแทบจะทั่วประเทศ มีพฤติกรรม “กร่าง” ก้าวร้าว คุกคามกับคนไทย ไม่เคารพกฎหมายไทย และนับวันยิ่งเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนแรกคิดว่ามีแค่ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนตามที่เป็นข่าว แต่กลายเป็นว่ามีปรากฏอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้ง เกาะพะงัน เกาะสมุย ภูเก็ต และล่าสุดมีการขยายจากในกรุงเทพมหานคร มาที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา จากการกว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างสุสานของชาวยิว ซึ่งจากการตรวจสอบก็ปรากฏว่า ไม่มีการขออนุญาตให้ถูกต้อง
แน่นอนว่า การออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านทั้งกับชาวยิวที่กระทำการไม่ถูกต้อง พวกจีนเทา ฝรั่งเทา หรือแม้แต่ “ไทยเทา” เพื่อสร้างแรงกดดันส่งตรงไปถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้จริงจังกับการแก้ปัญหา การบังคับใช้แบบเด็ดขาด และเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ย่อมได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายมากขึ้น แม้กระทั่งคนดังที่ทนไม่ไหวต้องแสดงท่าทีออกมา
คนแรกที่ออกตัวเห็นด้วยกับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ที่ประกาศกร้าวพร้อมลงถนน แสดงพลังคนไทยรักชาติเรียกร้องเอาประเทศไทยของเราคืนจากพวกยิวเทา จุดแรกสถานทูตอิสราเอล ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานามากมาย
ศิลปินยุค 90 “บิลลี่ โอแกน” ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ โดยเห็นด้วยกับสนธิ เฉพาะในเรื่องการหยุดยั้งอิทธิพลและการเข้ายึดครองของต่างชาติ แต่ไม่ใช่ไปไล่รัฐบาล
“ในเมื่อรัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ต่างชาติย่อมไม่เกรงกลัวและไม่เกรงใจคนไทย ประชาชนไทยก็ต้องกดดันรัฐบาลให้ประกาศแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและประชาชนในชาติ อย่างไร ? หรือจะเห็นคนต่างชาติมีความหมายมากกว่าคนไทย และมีอภิสิทธิ์ที่จะอยู่เหนือกฏหมาย และคนไทย ทั้งนี้ต้องจัดการกับข้าราชการหรือใครก็ตาม ที่มีส่วนเอื้อประโยชน์ให้พวกต่างชาติเหล่านี้ด้วย
ในกรณีนี้ พวกเราเห็นด้วยกับคุณสนธิ เฉพาะในเรื่องการหยุดยั้งอิทธิพลและการเข้ายึดครองของต่างชาติ ทั้งจีนเทา แรงงานต่างด้าว และพวกยึดครองโดยใช้นอมินีเท่านั้น ไม่ใช่ให้ไปขับไล่รัฐบาลนะครับ ชัดเจน”
นั่นคือข้อความที่ศิลปินในยุค 90 อย่าง บิลลี่ โอแกน โพสต์สนับสนุนกันแบบไม่มีกั๊ก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในช่วงเลือกตั้ง เขาเคยโพสสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้เมื่อเห็นว่าไม่เข้าท่า ก็แสดงท่าทีชัดเจน
ล่าสุด วันที่ 9 กันยายน แฟนเพจ Add Bao ของนักร้อง นักดนตรีชื่อดัง "แอ๊ด คาราบาว" (ยืนยง โอภากุล) ได้มีการโพสต์ข้อความสนับสนุนการออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับชาวอิสราเอล ที่เข้ามาก่อปัญหาในประเทศไทยของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยระบุว่า...
"ผมเคยโพสต์เรื่องคนยิวยึดปาย ยึดพะงัน วันนี้เห็นข่าวพี่สนธิ ลิ้มทองกุล พี่ชายที่รักเคารพของผม เคลื่อนไหวเรื่องนี้ เลยขอส่งกำลังใจผ่านเสียงเพลง “คนยิวมาจากไหน” ที่อัดเสียงเพิ่งเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาร่วมขบวนคัดค้านด้วยคนครับ….พี่น้อง"
หรือแม้แต่ นายสิรณัฐ สมุทร หรือ “ทราย สก็อต” นักอนุรักษ์ชื่อดัง ก็ยังออกมาร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านยิว โดยเขาเข้าร่วมลงเดินถนนร่วมชุมนุมกับชาวบ้าน รวมถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ร่วมเดินทางไปยื่นหนังสือประท้วงต่อสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมาด้วย
ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งรัฐบาลหลังจากเริ่มถูกกดดันจากคนไทยมากขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กันยายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ ได้พบกับ นางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายสีหศักดิ์ ระบุว่า ได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอล ที่ส่งผลกระทบต่อคนไทย
“การกระทำบางอย่างที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย กระทบต่อวัฒนธรรมประเพณี และความเป็นอยู่ของคนไทยในพื้นที่ โดยเฉพาะในพังงา, ภูเก็ต ที่มีการรวมตัวของชาวอิสราเอลเป็นชุมชน ประเด็นเหล่านี้ได้เรียนกับท่านทูตว่า เป็นเรื่องที่เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้”
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่า นักท่องเที่ยวจะสามารถทำได้ตามอำเภอใจ ชาวอิสราเอลควรจะเคารพประเพณีและวิถีชีวิตของคนไทยมากกว่านี้ และหากเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทางการไทยจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทูตอิสราเอล ได้รับปากว่าจะชี้แจ้งให้ชาวอิสราเอลให้รับทราบ โดยทำเอกสารแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย แจกจ่ายที่สถานทูต , บริษัททัวร์ของอิสราเอล และสายการบิน ที่นำนักท่องเที่ยวอิสราเอลมาประเทศไทย
นั่นคือ ปฏิกิริยาจากคนไทยที่มีต่อ “ชาวยิว” ที่มา“กร่าง” ใส่คนไทย ไม่เคารพกฎหมายไทย โดยนับวันยิ่งมีความไม่ชอบใจ ไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นถึงขั้น “เกลียด” ก็มีมากแบบน่าประหลาดใจ แต่ขณะเดียวกันพฤติกรรมที่เกิดขึ้นดังกล่าวของชาวยิว ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะความไม่เอาไหนของรัฐบาลไทย และข้าราชการไทยที่ทุจริตปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นปัญหาบานปลาย !!


