xs
xsm
sm
md
lg

“จูรี” จี้ตัดงบกขค. 10% เซ่นปล่อยแพลตฟอร์มข้ามชาติขึ้นค่าธรรมเนียม-ผูกขาด ชี้แบบนี้ชาติไม่มีวันรวย-มีกม.เสมือนไม่มี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส.ส.ปชป. จี้ตัดงบ กขค. 10% หลังปล่อยแพลตฟอร์มออนไลน์ข้ามชาติขึ้นค่าธรรมเนียม-ผูกขาดขนส่ง ซัด “แบบนี้ชาตินี้ไม่มีวันรวย” ถามงบปีละกว่า 160 ล.ทำอะไร เหน็บมีกฎหมายแต่เสมือนไม่มี จี้ถือดาบจัดการทุนแพลตฟอร์มให้จริงจัง


วันนี้ (10ก.ย.) นายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ลง 10% จากวงเงินกว่า 160 ล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและตรวจสอบการผูกขาดของแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์

นายจูรี กล่าวว่า จากประสบการณ์เป็นพ่อค้าออนไลน์มากว่า 10 ปี และเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ เห็นว่า กขค. ทำงาน “ไม่เข้าเป้า ไม่เข้าตา” และไม่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน ทั้งที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจเหนือตลาดและการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม แต่กลับปล่อยให้ผู้ค้า ผู้ซื้อ รวมถึงผู้ประกอบการขนส่ง ไม่มีอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ

นายจูรีระบุว่า ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากร้อยละ 3, 5 และ 7 จนปัจจุบันสูงถึงร้อยละ 30 พร้อมยกตัวอย่างว่า หากชาวบ้านขายสินค้าได้ 100 บาท หักต้นทุน 50 บาท ค่าแพ็กสินค้า 10 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท และค่าแพลตฟอร์มอีก 30 บาท จะเหลือถึงมือผู้ค้าเพียง 3 บาท

“แล้วแบบนี้ชาวบ้านจะรวยได้อย่างไร มันไม่มีทางรวยได้เลยในชาตินี้ เพราะเราไม่สามารถควบคุมแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้เลย” นายจูรีกล่าว

นอกจากนี้ นายจูรียังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้อำนาจของแพลตฟอร์มออนไลน์ในธุรกิจขนส่ง โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทขนส่งเอกชนที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ใช้ระบบล็อกบริการขนส่ง ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อเลือกผู้ให้บริการตามความต้องการ ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการขนส่งไทย

นายจูรีกล่าวว่า แม้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 กขค. จะออกประกาศแนวทางกำหนดพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายความผิดของแพลตฟอร์ม ทั้งการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินสมควร การซ่อนหรือกีดกันการมองเห็นสินค้า และการบังคับเลือกบริการขนส่ง ซึ่งสร้างความหวังให้ผู้ค้าออนไลน์ แต่จนถึงขณะนี้สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยแพลตฟอร์มยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราสูงและมีข้อร้องเรียนเรื่องอำนาจเหนือตลาดเช่นเดิม

นายจูรีจึงตั้งคำถามว่า งบประมาณปีละกว่า 160 ล้านบาทที่จัดสรรให้ กขค. ประชาชนได้รับอะไรกลับมา พร้อมวิจารณ์ว่า ปัจจุบัน “เหมือนมีหน่วยงานนี้ไว้แต่เสมือนไม่มี” ขณะที่เม็ดเงินจากการค้าออนไลน์มีมูลค่ามหาศาลและเงินของคนไทยไหลไปสู่แพลตฟอร์มต่างชาติ

นายจูรีย้ำว่า การเสนอปรับลดงบประมาณ กขค. 10% มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานเร่งทำหน้าที่และใช้กฎหมายจัดการพฤติกรรมของแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้ค้าออนไลน์ไทย สามารถ “ลืมตาอ้าปาก” ได้ สมกับที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศว่า “เราจะรวยในชาตินี้”