บอร์ด กยท.ไฟเขียวปรับเป้ายาง EUDR เหลือกว่า 9 หมื่นตัน ให้สอดรับดีมานด์จริง พร้อมดัน “Thai Traceability” สู่มาตรฐานระดับชาติ ยกระดับยางไทยแข่งขันตลาดโลก รักษาส่งออก EU เพิ่มมูลค่าผลผลิต-รายได้เกษตรกร
นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้ทบทวนโครงการสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability) โดยปรับลดเป้าหมายปริมาณยาง EUDR ผ่านตลาด จาก 130,800 ตัน เหลือ 90,826.85 ตัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการซื้อจริง ลดช่องว่างระหว่างเป้าหมายกับสถานการณ์ตลาด
พร้อมกันนี้ กยท.สนับสนุนการเพิ่มกิจกรรมสร้างมาตรฐาน “Thai Traceability” จากระบบที่ดำเนินการอยู่แล้ว ให้ครอบคลุมมาตรฐานสากล และต่อยอดสู่การประกาศเป็นมาตรฐานระดับชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพยางพาราไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความสมดุลอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
แนวทางดังกล่าวครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การตรวจสอบย้อนกลับและความถูกต้องตามกฎหมาย สามารถระบุแหล่งที่มาของผลผลิตตั้งแต่แปลงปลูกพร้อมข้อมูล Geolocation, การจัดการสวนยางตามหลัก GAP, การประเมินและบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับกระบวนการ Due Diligence ตามแนวทาง EUDR และการประยุกต์มาตรฐานสากล เช่น FSC และ Sustainable Natural Rubber (SNR) ให้เหมาะสมกับบริบทไทย
นอกจากนี้ จะเดินหน้าตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกษตรกร สมาชิกผู้ขายยาง และแปลงสวนยางผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับและระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) พร้อมปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมยางพารา
นายเบญจพลระบุว่า โครงการ Traceability จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ รักษาตลาดส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและตลาดโลก เพิ่มมูลค่าผลผลิตและโอกาสจำหน่ายในราคาที่สูงกว่ายางทั่วไป ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและขีดความสามารถในการแข่งขันของยางพาราไทย


