ฤกษ์งามยามดี วันที่ 9 เดือน 9 “แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ โพสต์ภาพคู่ “อาจารย์เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
การพบกันครั้งนี้ หัวข้อที่คุยกันคือเรื่องความรุนแรงในสถานศึกษา การคุกคาม การล่วงละเมิดทางเพศ และการใช้อำนาจโดยมิชอบ
“แก้วตา” บอกชัดว่า มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย และขอบคุณที่เปิดพื้นที่ให้พูดคุยอย่างจริงจัง พร้อมติดแฮชแท็ก
#พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน
พูดง่ายๆ คือ…นี่ไม่ใช่ภาพบังเอิญเดินผ่านแล้วแวะถ่ายรูป แต่มันชัดว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง
เพราะมีรายงานว่าตามมาว่า เจ้าตัวเตรียมสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 10 กันยายน นี้
ย้อนกลับไปดูว่า “แก้วตา” ออกจาก “บ้านสีส้ม” แล้วมาอยู่ “บ้านสีแดง” อย่างไร?
“ธิษะณา ชุณหะวัณ” ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลการเมืองแห่ง “ซอยราชครู” เริ่มลงสนามการเมืองเมื่อปี 2566 กับพรรคก้าวไกล ลงสมัครสส.กรุงเทพฯ และได้รับเลือกตั้งเข้าสภา
ต่อมาเมื่อ พรรคก้าวไกลถูกยุบ เธอก็มาอยู่กับพรรคประชาชน … แต่สุดท้ายเส้นทางกับพรรคประชาชน ก็เดินมาถึงทางแยก
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 “ธิษะณา” ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชน โดยยืนยันหลักการว่า เส้นทางทางการเมือง ไม่สามารถเดินไปในทิศทางเดียวกันได้อีก และจะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป
เธอไม่ได้ถูกลากออกจากพรรค แต่เป็นการเดินออกมาเอง และนี่ทำให้เธอมีอิสระเต็มที่ที่จะเลือกบ้านหลังใหม่
จุดแตกหัก ระหว่าง “แก้วตา”กับ “พรรคส้ม” คือกรณีที่เธอเปิดเผยเรื่องการคุกคามทางเพศ และกระบวนการจัดการภายในพรรค
แม้ในทางกฎหมาย จะยังไม่มีการตัดสินว่าใครถูก ใครผิด อย่างไร แต่ในทางการเมือง เรื่องอย่างนี้ถือว่า “แรงมาก”
เพราะมันไม่ได้จบแค่คำถามว่า“ใครทำอะไรกับใคร?” แต่กลายเป็นคำถามว่า“พรรคจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?”
“แก้วตา” ถูกเชิญให้ไปให้ข้อมูลกับพรรคในเวลาต่อมา แต่เจ้าตัวสวนกลับในทำนองว่า “มันสายไปแล้ว” พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมผู้เสียหาย ต้องเป็นฝ่ายกลับเข้าไปตอบคำถามกับเรื่องแบบนี้อีก
และเรื่องนี้ ยิ่งกลายเป็นปัญหาทางการเมือง เมื่อพรรคต้องออกมาชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่างๆ รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามี “การทำ IO” ซึ่งโฆษกพรรคประชาชน ออกมาปฏิเสธกันพัลวัล
ในทางการเมือง ถือว่า “แก้วตา”ไม่ได้เดินออกจากบ้านสีส้ม เพราะเรื่องเดียว แต่มันมีความไม่ลงรอยหลายชั้น ที่สะสมกันมา จนสุดท้ายเดินต่อด้วยกันไม่ได้!
แล้วทำไม “แก้วตา” ถึงเลือกเดินเข้า “บ้านสีแดง” แล้ว “เพื่อไทย” จะได้อะไรจาก แก้วตา?
อย่างแรก…ได้คนที่มีประสบการณ์ในสภาผู้แทนฯ
อย่างที่สอง…ได้คนที่มีภาพจำด้านสิทธิผู้หญิง และปัญหาการคุกคามทางเพศ
อย่างที่สาม…ได้คนที่เห็นขี้ เห็นไส้ ขบวนการสีส้ม
เพราะ“แก้วตา”ไม่ใช่แค่สมาชิกพรรคใหม่ แต่เธอเป็นคนที่รู้จักวัฒนธรรมการเมืองของพรรคส้ม เป้นอย่างดี รู้ว่าการทำงานของพรรคเป็นอย่างไร รู้จุดแข็ง จุดอ่อน และรู้ว่าฐานเสียงคนรุ่นใหม่คิดอย่างไร
ดังนั้นในเชิงการเมือง เพื่อไทย ไม่ใช่ได้ “แก้วตา” แค่ตัวบุคคล แต่ได้ประสบการณ์ และภาพสะท้อนจากอีกฝั่งหนึ่งของสนามการเมืองมาด้วย
แม้ตอนนี้จะยังไม่ชัดเจนว่า ใครเป็นคนเชิญ “แก้วตา” เข้ามาเป็นสมาชิก “บ้านสีแดง”
แต่อย่างน้อยก็มี ภาพ “แก้วตา” กับ “อาจารย์เชน” ยศชนัน ยืนเคียงคู่ โดยไม่มีใครร่วมเฟรม
เพราะ “แก้วตา”เลือกไปปรากฏตัว และทำงานร่วมกับเขาโดยตรง ในเรื่องความรุนแรง และการล่วงละเมิดในสถานศึกษา
นี่อาจเป็นข้อมูลที่สะท้อนว่า ประตูบานแรกของ “แก้วตา” ในบ้านหลังนี้ ไม่ได้เปิดด้วยเรื่องตำแหน่ง หรือ สนามเลือกตั้ง แต่เปิดด้วยเรื่องนโยบาย ก่อนไปถึงเรื่อง“สมาชิกพรรค”
จุดที่น่าติดตาม จับตาต่อไปคือ เรื่องสนามเลือกตั้ง ... โจทย์ของเพื่อไทย อาจไม่ใช่แค่ ส่ง“แก้วตา”ลงพื้นที่เดิมที่เคยเป็น สส.หรือไม่ แต่อาจเป็นว่า “จะใช้ แก้วตาไปเจาะฐานสีส้มตรงไหน?”
นี่ต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ชวนให้ติดตาม... ดูว่าคนจะเลือก “แก้วตา” หรือเลือกพรรคส้ม ?!
คราวนี้มามองในมุมของพรรคส้ม การเสีย “แก้วตา” ไป นี่คือโจทย์ที่น่าปวดหัว เพราะไม่ได้หมายถึงเสียแค่สมาชิกหนึ่งคน แต่มีเรื่องของ “ภาพทางการเมือง” ตามมาด้วย โดยเฉพาะเรื่องคุกคามทางเพศภายในพรรค
พรรคประชาชน จึงต้องคิดหาทางแก้เกม ทำอย่างไรไม่ให้ถูกตีความว่า ที่ “แก้วตา” ออกมา เพราะพรรคมีปัญหา
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชน ก็ยังมีจุดแข็งที่สำคัญกว่า คือ ฐานพรรค และเครือข่ายผู้สมัครที่ยังแข็งแรง การเสีย “แก้วตา” จึงไม่ได้แปลว่าเสียฐานเสียงทั้งหมด เพียงแต่เป็นการเสีย “บุคคลที่มีเรื่องราว”
อีกประการที่น่าสนใจ คือ “นามสกุล”
อย่าลืมว่า… “แก้วตา” คือ “ธิษะณา ชุณหะวัณ” ชื่อสกุลนี้ ไม่ธรรมดา เพราะเธอเป็นหลานของ “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” และ เป็นลูกสาว ของ “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ”
แม้ภาพของเธอจะมีความย้อนแย้ง แต่ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก
เพราะเธอคือ “ทายาทตระกูลการเมืองเก่า” สายอนุรักษ์นิยม แต่เลือกเดินเข้าสู่ “การเมืองใหม่”ที่มีภาพของหัวก้าวหน้า
จากนั้น ออกจากการเมืองใหม่ กลับเข้าสู่ “บ้านการเมืองใหญ่แบบดั้งเดิม”
“แก้วตา” จึงเป็น “คน 3 บ้าน” ... บ้านแรก คือบ้านราชครู ที่เธอได้ DNA ทางการเมือง ... บ้านที่สอง “บ้านสีส้ม” ได้พื้นที่ทางการเมือง ได้ตำแหน่ง สส. ได้ภาพนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่สุดท้ายมีความขัดแย้งจนเดินต่อไม่ได้
บ้านที่สาม “บ้านสีแดง” ที่กำลังเปิดประตูรับเธอ พร้อมกับให้พื้นที่ทำงานในประเด็นที่เธอถนัด
ต้องติดตามว่า เพื่อไทย จะให้ตำแหน่งอะไรกับ “แก้วตา” จะลงสมัครสส.หรือไม่ ? ถ้าลง…ลงเขตไหน? ซึ่งก็หนีไม่พ้นที่จะต้องชนกับผู้สมัครพรรคประชาชน
ที่สำคัญ “แก้วตา” จะเป็น “สะพาน” เชื่อมระหว่างเพื่อไทย กับคนรุ่นใหม่ ได้หรือไม่ ? เพราะนี่อาจเป็นสิ่งที่เพื่อไทยกำลังต้องการมากที่สุด ไม่ใช่แค่ได้ สส. เพิ่มอีกหนึ่งคน
“แก้วตา” อาจเป็นแค่หมากตัวเล็กบนกระดานการเมือง แต่ถ้าวางถูกช่อง ก็อาจเดินไปได้ไกลกว่าที่คิด ...นั่นคือเป็น “ตัวแทนคนรุ่นใหม่ของเพื่อไทย”


