“สุระ” ห่วงปัญหาต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมาย บานปลายกระทบความเชื่อมั่นประเทศ ชง 4 มาตรการแก้ปัญหา ย้ำไทยต้อนรับสุจริตชนทุกชาติ แต่ต้องเคารพกฎหมาย-ประเพณี จี้ฟันจนท.พัวพัน-ปล่อยปละแบบเด็ดขาด
นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังบูรพา กล่าวถึงปัญหาชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยแล้วมีพฤติกรรมไม่เคารพหรือฝ่าฝืนกฎหมายไทยว่า ขณะนี้สังคมกำลังจับตาการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประชาชนในเมืองท่องเที่ยวและจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งมีความกังวลต่อปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย การปลอมแปลงหรือได้มาซึ่งสัญชาติอย่างไม่ถูกต้อง การใช้นอมินีแสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงการใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำความผิด
นายสุระระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงตั้งแต่ยาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมออนไลน์ ธุรกิจสีเทา ไปจนถึงการรวมกลุ่มเฉพาะของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังและทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย หากปล่อยให้ลุกลามอาจกระทบต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพัน ช่วยเหลือ หรือปล่อยปละละเลย ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเสนอรัฐบาล 4 แนวทางจัดระเบียบชาวต่างชาติ ได้แก่
1. คัดกรองตั้งแต่ต้นทาง เชื่อมโยงข้อมูลตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ การเงิน และข้อมูลระหว่างประเทศ เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ
2. “อยู่ไทยต้องตรวจสอบได้” ตรวจเข้มการใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์ ธุรกิจนอมินี และเส้นทางการเงินผิดปกติ พร้อมนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมาเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ แทนการรอจับกุมและเนรเทศภายหลัง
3. เอาผิดรวดเร็วและเปิดเผย โดยเฉพาะผู้กระทำผิดซ้ำ อาชญากรข้ามชาติ และผู้ให้ความช่วยเหลือในประเทศ เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่ากฎหมายไทยบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม
4. เปิดช่องประชาชนแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัย พร้อมระบบส่งต่อข้อมูลถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามผล เพื่อเปลี่ยนจากการรอ “คลิปไวรัลหลังเกิดเหตุ” มาเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า
นายสุระย้ำว่า ประเทศไทยและคนไทยพร้อมต้อนรับสุจริตชนทุกเชื้อชาติ ขอเพียงเข้ามาประกอบอาชีพโดยสุจริต เคารพกฎหมาย และให้เกียรติอัตลักษณ์ ประเพณี และสังคมไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเป็นรายกรณี ไปสู่ระบบที่ “รู้ก่อน ป้องกันก่อน และจัดการให้จบ หากยังปล่อยให้ช่องโหว่เดิมเกิดขึ้นซ้ำ ความเสียหายจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาพลักษณ์ของประเทศ แต่จะกระทบทั้งความปลอดภัยทางสังคม เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว นายสุระกล่าว


