xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลไม่เอาไหน ชาวบ้านต้องลุกขึ้นทวงประเทศคืนมา!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา


ปรากฏการณ์ และการเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่ล่าสุด มี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึง นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และ นายนิติธร ล้ำเหลือ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เป็นต้น ที่ได้แถลงทิศทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยประกาศเตรียมเดินหน้ารวบรวมพลังประชาชนและยกระดับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะเดียวกันพวกเขายังจับตาการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

นายสนธิ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากเหตุการณ์ทางการเมืองเฉพาะหน้า แต่ต้องการให้สังคมย้อนกลับไปดูต้นเหตุของปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน เพราะมองว่าการเมืองไทยมีการเปลี่ยนขั้ว และเปลี่ยนรัฐบาล แต่เครือข่ายอำนาจและผลประโยชน์ยังคงเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาเคยออกมาต่อสู้กับรัฐบาลและระบอบทักษิณ เพราะไม่เห็นด้วยกับการทุจริต การใช้อำนาจ และการทำลายหลักนิติรัฐและนิติธรรม แต่ในปัจจุบันกลับมองเห็นปัญหาในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับรัฐบาลและกลุ่มอำนาจทางการเมืองชุดปัจจุบัน จึงเห็นว่า ประชาชนไม่ควรเลือกปฏิบัติในการตรวจสอบนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด

“ถ้าสิ่งที่เราต่อต้านในอดีต คือการฉ้อราษฎร์บังหลวง การทำลายหลักนิติรัฐและนิติธรรม วันนี้ถ้ามันเกิดขึ้นกับฝ่ายที่เราเคยสนับสนุน เราก็ต้องกล้าตรวจสอบเหมือนกัน” นายสนธิ กล่าว พร้อมทั้งให้จับตาการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่ กกต.อาจจะมีมติ 5 ต่อ 2 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หากกระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปในลักษณะที่มีการตัดตอนบุคคลบางกลุ่ม หรือ ดำเนินคดีเฉพาะผู้ที่อยู่ระดับล่าง โดยไม่สาวไปถึงผู้ที่มีอำนาจ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็อาจทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการยุติธรรม และความเป็นอิสระขององค์กรที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งใหม่คราวนี้ ไม่ได้มุ่งหมายให้เกิดความรุนแรง แต่ต้องการใช้พลังของประชาชนกดดันให้รัฐบาล และผู้มีอำนาจหยุดการกระทำที่ประชาชนเห็นว่าไม่ถูกต้อง โดยเชื่อว่า หากประชาชนจำนวนมากไม่พอใจการบริหารประเทศ ก็สามารถแสดงออกผ่านการชุมนุมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ พร้อมประกาศว่า จะเดินทางไปพบประชาชนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเปิดประเด็นปัญหาและอธิบายข้อมูลที่มี โดยไม่สนใจว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากหรือน้อย เพราะมองว่าหน้าที่ของเขา คือการนำเสนอข้อมูลและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยในวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ไม่ว่าทางสถานทูตจะออกมารับหนังสือหรือไม่ ก็จะอ่านแถลงการณ์ ซึ่งจะเป็นแถลงการณ์ที่คนยิว ประเทศอิสราเอล ฟังแล้วเจ็บ เพราะเป็นประเทศที่ทั่วโลกรังเกียจ และไม่หยุดแค่นั้น หลังจากนั้น จะเดินทางไปประท้วงจีนเทา ที่ชลบุรีต่อ และเดินสายให้ความรู้ประชาชน ตามภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งจะจับตาวันที่ 14 กันยายน ซึ่งอาจเป็นจุดสำคัญต่อทิศทางการเคลื่อนไหว หาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ไม่ส่งฟ้องใครเลย หรือส่งฟ้องไม่กี่คนตามที่มีกระแสข่าวออกมา ก็จะมีการชุมนุมอย่างแน่นอน

“ผมต้องการวัดให้เห็นว่า ประชาชนไม่พอใจกับการทำงานของรัฐบาลมากแค่ไหน ไม่ใช่เวทีของการชกต่อย แต่เป็นเวทีที่ประชาชนจะบอกว่า ต้องการเห็นรัฐบาลมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ มีความกล้าหาญ และยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม” นายสนธิ กล่าวย้ำ

นั่นคือบางช่วงสำคัญที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อาสานำชาวบ้านที่รู้สึก “เหลืออด” กับความ “ไร้น้ำยา” ไร้ประสิทธิภาพ มีพฤติกรรมส่อไปในทางฉ้อราษฎร์ บังหลวง ทำให้บ้านเมืองขาดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ปล่อยให้ “ต่างด้าว” ทั้งกลุ่มคนยิว จีนเทา กระทำผิดกฎหมายเต็มบ้านเต็มเมือง แย่งชิงทรัพยากร จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนไทยไปทั่ว และนับวันคนพวกนี้ยิ่งเหิมเกริมไม่เห็นหัวคนไทยจนถึงขั้น “ขู่ฆ่า” คนไทยก็มีปรากฏให้เห็นกันแล้ว สิ่งเหล่านี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพ การไม่เอาใจใส่ การไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเด็ดขาด

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของชาวบ้านกลุ่มนี้ ที่มี นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำนั้น จะเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนนี้ เป็นต้นไป จากนั้นจะมีการจับตาการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เกี่ยวกับคดีฮั้วสว. ว่าจะออกมาอย่างไร หากผลออกมาในทางมิชอบตามที่มีการคาดกันไว้ หลังจากนั้นก็จะมีการ “ยกระดับ” การเคลื่อนไหวขึ้นเรื่อยๆ และย้ำว่า ไม่ได้มีเป้าหมายล้มรัฐบาล แต่ต้องการ “สร้างแรงกดดัน” ให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายดังกล่าว ให้เข้ารูปเข้ารอย และกลับมาเป็นของคนไทยทุกคนโดยเร็ว

“ผมต้องการเอาประเทศไทยของเราคืนมา ประเทศไทยต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของกลุ่มทุน กลุ่มบ้านใหญ่ หรือเครือข่ายอำนาจใดๆ และหากประชาชนเห็นด้วยกับอุดมการณ์ และสิ่งที่ผมทำ ก็ขอให้ออกมาแสดงพลังกันให้มากขึ้น ผมขอท้านายอนุทิน ให้ไลฟ์สดทุกวัน ถ้าแน่จริง และผมก็จะไลฟ์ชนกับนายอนุทิน ทุกวัน คนหนึ่งไลฟ์สดโกหก อีกคนเข้าไปจับผิด”

การกลับมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตร กำลังได้รับการจับตามองอย่างยิ่ง ในท่ามกลางปัญหาของรัฐบาลที่เกิดขึ้นสารพัด และกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นศรัทธาลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ระยะเวลาแค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่กลับทำให้ทุกอย่างดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าชี้ไปทางไหน ทุกอย่างล้วนล้มเหลว และยังไม่เห็นแนวโน้มในทางบวกเกิดขึ้นมาได้เลย !!