สภาถกงบกลาง 6.93 แสน ล. “วีระ” เสนอตัด 2.5 หมื่นล้าน ซ้ำซ้อน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ถึง 1.2 หมื่น ล. แนะ หยุดขึ้นเงินเดือน ขรก. 1-2 ปี รองรับภาวะ ศก.ผันผวน บอกควรยึดหลักร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน
วันนี้ (7 ก.ย.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.วิสามัญพิจารณ่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ กล่าวว่า ตอนที่พิจารณางบรายจ่ายมีรายการที่ไม่สามารถตัดทอนได้เยอะมาก ทั้งรายการที่เป็นค่ารักษาพยาบาลพนักงานลูกจ้างรัฐก้อนใหญ่ประมาณ 90,000 กว่าล้านบาท รายการเงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ประมาณ 389,000 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม และรองรับจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท ทุกคนรู้ว่าเป็นรายการที่ซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด 400,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการสอบถามพบว่า สำนักงบประมาณเป็นผู้ของบประมาณก้อนนี้ วัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานราชการที่ขอใช้งบกลาง 12,000 ล้านบาท เอาเงินนอกงบประมาณของตัวเองมาสมทบ ซึ่งในแง่ไอเดียถือว่าดี ที่เอาเงินนอกงบประมาณมาใช้ แต่การเลือกโครงการที่ทำคิดว่าเป็นปัญหาเพราะทำซ้ำกับพระราชกำหนด 400,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของเหตุผลที่ตนเสนอตัดทั้งก้อน
นายวีระ กล่าวอีกว่า ส่วนเงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ 13,000 ล้านบาท ตนเข้าใจว่า ไม่สามารถตัดได้จริง เพราะข้าราชการมีระบบการคิดเงินเดือน และการปรับวุฒิ ซึ่งสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางต้องตั้งงบเผื่อเอาไว้ในการขึ้นเงินเดือน และปรับวุฒิตามเกณฑ์ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเหมือนปีที่ผ่านๆ มา จะไม่มีปัญหาเลย แต่ที่เสนอตัดทั้งก้อน 13,000 ล้านบาท บวกกับเสนอตัดรายการที่สำนักงบประมาณเสนอมา 12,000 ล้านบาท รวม 25,000 ล้านบาทในงบกลาง เพราะเห็นว่าเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ฝ่ายราชการก็ควรใช้หลักร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน
“ตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และปี 2540 หน่วยราชการหรือคนที่เกี่ยวข้องกับราชการ ที่รับเงินเดือนกับงบประมาณไม่เคยได้รับผลกระทบ แต่ครั้งต่อไปที่อาจจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าหน่วยราชการจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ปีหน้าถ้าเป็นไปได้ผมเสนอให้ฟรีสการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการสัก 1-2 ปี เพื่อให้เหลือพื้นที่ที่จะใช้เงินที่มีน้อยอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ที่สุด เมื่อผมพูดแบบนี้ข้าราชการคงไม่พอใจ แต่ผมพูดความจริง รัฐบาลที่กำลังจะมีปัญหาค่อนข้างวิกฤต คนที่อยู่ในหน่วยราชการก็ต้องเสียสละ เชื่อตอนลงมติท่านก็เอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมากอยู่ดี ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหาของเราเหมือนกัน”


