“อาเรวัช” เอาจริง! ประกาศตั้งพรรค “รักเมืองไทย” ลั่น เป็นพรรคของชาวบ้าน ไม่มีนายทุน หรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังพร้อมเป็นหัวหน้าพรรคเอง ส่งผู้สมัครครบ 400 เขต ประกทศไม่ยอมให้ใครดูถูก
พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส. เปลี่ยนจุดยืนทางการเมือง จากเดิมประกาศพร้อมเป็นเพียงทีมงานเบื้องหลัง ไม่รับตำแหน่ง-เงินเดือน และเคยเปิดทางเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้พรรคใหญ่ที่มีโอกาสเป็นรัฐบาล ล่าสุดประกาศชัดตัดสินใจลงเล่นการเมือง ตั้ง “พรรครักเมืองไทย” ของตัวเอง เตรียมส่งผู้สมัครครบ 400 เขต ลั่นแม้สู้ผู้มีอำนาจไม่ได้ แต่ไม่ยอมถูกดูหมิ่น พร้อมชูนโยบายปกป้องสิทธิประชาชนในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
ผู้ที่ติดตามการเมืองคงจำกันได้ว่า ช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.ค.69 พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เดินทางไปที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และได้พบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางมาประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย โดยได้ยกมือไหว้ทักทาย พูดคุยกันกัน
วันนั้นพล.ต.ท.เรวัช บอกว่าไม่ได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ไม่ยุ่งการเมือง แต่ในฐานะที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาในการปราบปรามยาเสพติด เลยตั้งใจมาช่วยโดยไม่รับตำแหน่งใดๆ จะมาเป็นทีมงานอยู่เบื้องหลังให้ ถ้ารัฐบาลรับเรื่องนี้เป็นนโยบาย ตนจะไม่รับตำแหน่ง หรือเงินเดือนใดๆทั้งสิ้น
ต่อมาวันที่ 19 ส.ค. 69 หลังจากที่ นายเล่าต๋า แสนลี่ ราชายาเสพติด ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่รับโทษจริงแค่ 8 ปี 3 เดือน และได้รับการปล่อยตัว ( 14 ส.ค.69) ได้สร้างความไม่พอใจให้กับ พล.ต.ท.เรวัช อย่างมาก ในฐานะคนทำคดี โดยตั้งข้อสงสัยทำไมติดคุกน้อยเกินไป ทั้งที่เป็นตัวการใหญ่ระดับประเทศ และการไปจับไม่ใช่เรื่องง่าย อยากให้ราชทัณฑ์แก้หลักเกณฑ์ คดียาเสพติดไม่มีสิทธิ์ได้รับอภัยโทษ
โอกาสนี้ พล.ต.ท.เรวัช ได้ประกาศว่า ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ตนเองพร้อมจะเป็นผู้ช่วยหาเสียง ให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่มีโอกาสได้เป็นรัฐบาล ที่พอจะฝากผีฝากไข้ให้กับประเทศได้ ทำตัวเหมือน โดยตนเองจะไม่ลงสมัคร ไม่รับตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น หากพรรคนั้นได้เป็นรัฐบาล
ส่วนพรรคเล็กไม่เกิน 10 เสียงไม่ต้องมาเชิญ ไร้ประโยชน์ เหนื่อยเปล่า ตอนนี้มีอยู่ 5 พรรค คือ พรรคน้ำเงิน พรรคแดง พรรคส้ม พรรคเขียว พรรคฟ้า เป็นพรรคใหญ่ แต่ถ้าเขาไม่เชิญ ก็ไม่ไปอาสา
“วันนี้คิดอยู่นะครับ คิดอยู่ว่าจะต้องทำ ใคร่ครวญแล้ว ยังไม่รู้จะไปช่วยพรรคไหนหาเสียง ไปเปิดเวทีใหญ่ๆ ก็จะขึ้นเวทีไปพูดหาเสียงให้ เป็นโฆษกให้” อดีต ผบช.ปส.กล่าว
ล่าสุด พล.ต.ท.เรวัช ประกาศตั้งพรรคการเมืองเอง โดยกล่าวผ่านช่องยูทูป เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะลงการเมือง จะเล่นการเมือง โดยจะตั้งพรรคการเมือง คุมทีมสู้ด้วยตัวเอง
"พอมาดูถูก ดูหมิ่นกันอย่างนี้ ผมจำเป็นต้องสู้ ถึงจะสู้ท่านไม่ได้ แต่จะสู้ ผมจึงตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า จะลงการเมือง จะเล่นการเมือง จะคุมทีมสู้ โดยมีพ่อแม่พี่น้อง ชาวสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านติดต่อมา ผมก็ยินดีต้อนรับ แล้วผมจะประกาศว่าลงพรรคการเมืองไหน เป็นพรรคของผมเองคนเดียว ท่านจะลงสมัครสส.กับพรรคผม 400 เขต แจ้งความประสงค์เข้ามา แต่ต้องเป็นคนดี มารับใช้ชาวบ้าน" พล.ต.ท.เรวัช กล่าว และว่า
“ผมรวยสู้ท่านไม่ได้ ท่านมีอำนาจวาสนา แต่อย่ามาดูถูกกันเลย ผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูก ไอ้คำว่ากระจอก เลือกตั้งไปจะได้กี่เสียง ทำหน้าทำตา ผมทำใจไม่ได้ ผมสู้ท่าน สู้ไม่ได้ก็จะสู้ท่าน”
พล.ต.ท.เรวัช ยังกล่าวด้วยว่า ผมต่อต้านใครก็ตามที่ริบอาวุธปืนของชาวบ้าน พลเมืองดี ควรจะต้องมีสิทธิป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง
ทั้งนี้ พรรคการเมืองที่พล.ต.ท.เรวัช ตั้งขึ้นชื่อ พรรครักเมืองไทย บอกว่าเป็นพรรคของชาวบ้าน ไม่มีนายทุน หรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง และจะนั่งเป็นหัวหน้าพรรคเอง


