ฝ่ายค้านรุมจวก รบ.ใช้ญัตติไฟใต้บังหน้า ปิดทางอภิปรายรายงาน กกต. กลัวขุดฮั้ว สว. “ไอซ์” ซัด เล่นการเมืองน่าเกลียด-อุบาทว์ พยายามทำให้สภาน่าเบื่อ กลายเป็นโรงละคร “สาธิต” แฉ มีเตรียมการ แชตไลน์ ภท.เด้ง ให้เตรียมโหวต งง! เครื่องลงมติเสียวันนี้
วันนี้ (3 ก.ย.) พรรคร่วมฝ่าย นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน นายสาธิต วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และ นายพศิน ปิตุเตชะ สส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้
โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนตอนนี้
เข้าสู่ญัตติสามจังหวัดชายแดนใต้ และในห้องประชุมมีความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะกล่าวหาฝ่ายค้านว่าเล่นการเมือง ไม่เห็นความเดือดร้อนพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งการประชุมวันนี้ตามระเบียบวาระเดิม วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มีการคุยกันแล้วเพื่อจะนำมาบรรจุในวาระ เพียงแต่ตามระเบียบวาระเดิมจะต้องมีรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567 เข้ามาก่อน และมีผู้ลงชื่อเพื่อแถลงจำนวนมากเพียงแต่อยู่ๆ ก็มีผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา จึงทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด
น.ส.ภคมน ยังกล่าวว่า ความพยายามที่จะกล่าวหาว่าฝ่ายค้านเล่นการเมือง หากย้อนกลับไปจริงๆ เรื่องราวมีอยู่ 2 ข้อ คือ รัฐบาลโดยประธานสภาไม่สามารถยืนยันได้ว่าหากเดินตามระเบียบวาระจะสามารถเข้าสู่รายงานของ กกต. หรือไม่ ซึ่งเรามีความกังวล เพราะเราอยากให้ไปถึงรายงานของ กกต. ไม่อยากให้มีการปิดจบ ซึ่งหากไม่มีการให้คำมั่นสัญญาจากประธานสภาไว้เราก็มีความกังวลจึงได้มีการขอให้มีการยืนยัน
“วันนี้ประชาชนตัดสินใจได้ว่าใครพยายามที่จะเล่นการเมืองมากกว่ากัน สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้ได้ สภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต้องพิสูจน์ให้ได้ ว่าทำไมวันนี้ เรามีความพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้อง กกต. อย่างมาก ยืนยันอีกครั้งฝ่ายค้านความเดือดร้อนของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากฝ่ายค้านคุยกันว่าจะเสนอญัตตินี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะฉะนั้นเป็นการยืนยันว่าเราเห็นความสำคัญแต่ก็อยากได้คำยืนยันเช่นกันว่าสภาผู้แทนแห่งนี้ จะเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ เปิดเวลา ให้สมาชิกทุกคนอภิปรายรายงานของ กกต. โดยที่รัฐบาลไม่พยายามที่จะปกป้อง กกต. ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุใดวันนี้รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะปก กกต. จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น” น.ส.ภคมน กล่าว
ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนได้อยู่ตลอดการประชุมสภาวันนี้ ย้ำว่า ไม่มีใครในสภาที่ไม่เห็นด้วยว่าเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องรีบแก้ไขปัญหา แต่สถานการณ์วันนี้ ตนอยากบอกประชาชนโดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลย้ำนักหนาว่าญัตติ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความสำคัญแล้วนำมาอภิปรายก่อนรายงานของ กกต. ตนขอถามว่า ถ้าเขาเห็นความสำคัญของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้จริงสัปดาห์ที่แล้วที่ ประชุม ครม. สัญจรภาค
ใต้ ทำไมไม่ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ถ้ามันสำคัญกับเขาขนาดนั้น
“ตนขอตั้งข้อสังเกตว่านี่คือการเล่นการเมืองที่น่าเกลียดที่สุด อุบาทว์ที่สุดการเอาความเดือดร้อนของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้มาอ้างมาบังหน้า เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายรายงานของ กกต. เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีการอภิปรายรายงานของ กกต. จะต้องมีการพูดถึงการโกงเลือกตั้งครั้งมโหฬาร เรื่องบาร์โค้ด ที่สำคัญคือ เรื่องฮั้ว สว. รัฐบาลกำลังจะปกป้อง กกต. ไม่ให้สภาแห่งนี้อภิปราย กกต. ด้วยการเอาความเดือดร้อนเอาชีวิตของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้มาอ้าง ซึ่งตนคิดว่านี่คือมาตรฐานการทำงานที่รับได้ ท่านทำอย่างหน้าไม่อายเลย เอาความเดือดร้อนเอาชีวิตของประชาชนที่ต้องเสี่ยงภัยอยู่ทุกวันขึ้นมาอ้างเป็นเหตุผลเพื่อปกป้อง กกต. ตนเองไม่ได้เป็นคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ตนคิดว่าทุกคนทั่วประเทศต้องรู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะคนสามจังหวัดชายแดนใต้ว่าเขาเอาความทุกข์ร้อนของท่านมาบังหน้า ไม่ให้ กกต. ถูกอภิปราย
น.ส.รักชนก ยังกล่าวว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด มีความพยายามทำให้สภาแห่งนี้น่าเบื่อ กลายเป็นโรงละคร กลายเป็นอะไรที่ประชาชนไม่อยากเสพไม่อยากดู ตนขอเรียกร้องมาตรฐานการทำงานจากฟากฝั่งรัฐบาลรวมถึงประธานสภา ขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาและและยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งไม่ใช่แค่เอามาบังหน้า
นายสาทิตย์ ระบุว่า ความจริงแล้ววิปรัฐบาลยืนยันกับฝ่ายค้านตลอด จนกระทั่งถึงเที่ยงวันนี้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง คือพิจารณาเรื่องนี้จบแล้ว และนำเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อ แต่ที่แปลกประหลาดคือหลังเที่ยง เพื่อนสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ยืนยันตรงกันว่ามีไลน์ส่วนตัวของ สส. ในพรรคภูมิใจไทย แจ้งให้ สส. ทุกท่านเตรียมโหวตช่วง 13:30 น. หลังกระทู้จบลงแล้ว ซึ่งเราแปลกใจว่า หากเป็นไปตามข้อตกลง จะไม่มีโหวต แปลว่า เรื่องนี้มีการเตรียมการ มีข้อพิรุธ และผิดปกติ ซึ่งคาดหมายว่าฝ่ายผู้มีอำนาจกลัวเรื่องการอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. หรือโกง สว. จึงพยายามหาทางปิดปากสภาไม่ให้พูดเรื่องนี้
นายสาทิตย์ ย้ำว่า ฝ่ายค้านแม้จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ผู้นำฝ่ายฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงอื่นๆ ก็ยอมรับว่า ไม่เป็นไรหากจะนำญัตตินี้มา เพราะเดือดร้อนจริง แต่ขอให้รับปากว่าจะนำรายงาน กกต. มาอภิปรายต่อ แต่จะเห็นว่า ไม่มีใครรับปาก และเครื่องลงคะแนนเสียอย่างมีเงื่อนงำ จู่ ๆ ก็มาเสียในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์เจตนาของฟากฝั่งรัฐบาลที่มีอำนาจ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ชัดแจ้งว่าท่านอ่อนไหวเรื่องโกง สว. ดังนั้น วันนี้ เราจะให้ความร่วมมือไปก่อน และหลังจากนี้จะมาดูกันว่า จะปิดปากกันอภิปรายเรื่อง กกต. หรือไม่ และสัปดาห์หน้ามีการประชุม 3 วัน คือ 7-9 ก.ย. โดยวันพฤหัสบดี ได้รับทราบเบื้องต้นว่าปกติแล้วจะมีการนัดประชุม หากมีการนัดประชุมตามปกติ จะมีวาระรับทราบเรื่อง กกต. ฉบับนี้เข้าด้วย ซึ่งเป็นอาทิตย์สุดท้ายก่อนถึงวันที่ 14 กันยายนที่ กกต. จะต้องมีคำวินิจฉัยเรื่องคดีโกง สว. มาดูกันว่าจะมีการนัดประชุมหรือไม่ หากไม่มีการนัดประชุม ก็ชัดเจนว่า เรื่องนี้คือจุดที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยกลัว เรื่องการอภิปรายเรื่องโกง สว. และชัดเจนว่า ประเด็นดังกล่าวมีมูล ที่ทำให้ผู้มีอำนาจถึงขั้นหวั่นไหวที่จะนำไปสู่คดีความ และเรายืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ในสภา
เมื่อถามว่า จะมีการอภิปรายรายงาน กกต. นอกสภาหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนคิดว่าคงจะมีการสื่อสารนอกสภา แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเตรียมที่จะอภิปรายรายงาน กกต.นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย เพียงแค่วันนี้ตนก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงทนฟังไม่ได้ เปิดพื้นที่ไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น และชัดเจนที่สุดแล้วว่าวันนี้คุณกลัว คนเรา หากไม่มีมูลความจริง ทำไมจะทนฟังไม่ได้
”จริงๆ แล้ววันนี้รัฐบาล แม้กระทั่ง ประธานสภาบากหน้าหลายเรื่องแล้ว บากหน้าไปถึง 21.00 น. ให้การประชุมจบ ดิฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย หลายคนก็บากหน้าตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงแล้ว แบก กกต.มาตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว แบกต่อจนถึง 21.00 น. ให้มันเสร็จสิ้น ให้มันสิ้นข้อกล่าวหาจะได้จบไป” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ตนพยายามจะไม่ตัดสิน แต่ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ภาพชุลมุนต่างๆ เรื่องราวจะไม่เป็นเช่นนี้เลยหากท่านยืนยันว่าจะให้รายงาน กกต.เข้าและให้ฝ่ายค้านอภิปรายจนจบ เรื่องราวก็มีเพียงเท่านี้ ย้ำว่าตนไม่เข้าใจว่าทำไมจึงลุกลามมาถึงขนาดนี้ ขอให้ประชาชนตัดสินเองแล้วกันว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงปกป้อง กกต.นักหนา ถึงขนาดที่ยอมให้สภากลายเป็นโรงละครเช่นนี้
เมื่อถามว่า รัฐมนตรียืนยันว่า มีการไปลงพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างช่วง ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา มาจริงๆ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนเข้าใจความหมายของ น.ส.รักชนก ว่า หากคุณเห็นความสำคัญจริงๆ ทำไมจึงไม่กำหนดลงกำหนดการที่เป็นทางการเพื่อประชุมและลงพื้นที่ไปรับฟังและเห็นปัญหาจริงๆ แต่ภาพที่รัฐมนตรีบอกคือไปก่อนกำหนดการ
“ดิฉันเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยมี สส.ในพื้นที่มากมาย คนเป็นรัฐมนตรีก็ไปเยี่ยม สส.ในเขตสักนิด ดิฉันคิดว่าอย่าตีกินแบบนี้เลย และคิดว่าท่านที่นั่งเป็นรัฐมนตรีไม่ได้โง่ เข้าใจว่า น.ส.รักชนก หมายถึงอะไร แต่ท่านกลับเอาการเดินทางของท่านในภารกิจของการเมือง การไปเยี่ยมสส.พรรคตัวเอง แล้วมาอ้างนี่คือภารกิจรับฟังปัญหาชายแดนใต้ ดิฉันคิดว่าตลกไปหน่อย“ น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า หากเห็นความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความจำเป็น ต้องแก้ไขจริง ก็ต้องไปให้เห็นกับตา ไปฟังให้ได้ยินกับหู แต่ทำไมจึงไม่มีวาระในพื้นที่ในกำหนดการ ครม.สัญจร ฉะนั้น อย่าพยายามบิดเบือน ตนคิดว่า ท่านที่นั่งอยู่และ 4 ท่านที่ลงไปในพื้นที่ไม่ได้โง่ เพียงแค่ต้องการเอาการเดินทางที่ไม่เป็นทางการมาหักล้างสิ่งที่ น.ส.รักชนก ตั้งคำถามเท่านั้น
ด้าน นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า เรื่องญัตติชายแดนใต้ ตนเชื่อมั่นว่าจิตใต้สำนึกของผู้นำ หากเห็นแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชน จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง เห็นแก่ชีวิตของข้าราชการทหาร ตำรวจจริง วันนี้ทั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บริหารรัฐบาลก็ควรมารับฟังและประมวลปัญหาจากเพื่อนสมาชิกในสภา
“พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการสอนให้เห็นว่าผู้บริหารไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ผมเชื่อมั่นสืบเนื่องจากความไม่จริงใจผมเชื่อมั่นว่าสิบอนุทินก็ยังแก้ไม่จบ“ นายพิทักษ์เดช กล่าว


