xs
xsm
sm
md
lg

“สึนามิ” ที่ DSI กวาดเรียบอธิบดี-รองอธิบดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องเด่นประเด็นร้อน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในช่วงเวลานี้ นอกจาก “เรื่องฮั้วสว.” ซึ่งเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ยังมี “คดีแตงโม” ที่ช็อกสังคม!

ขณะที่เรื่องภายใน DSI เองก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน! 
พลันที่ “ปลัดบอย” ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร อดีต เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เริ่มงาน อย่างเป็นทางการในตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้แค่ 2 วัน ก็มีกระแสข่าวใหญ่ระดับแผ่นดินไหวจนเกิด “สึนามิ” กวาดเรียบ ที่ DSI ทันที 
คือจะมีการย้ายอธิบดี และ จัดแถวรองอธิบดี ยกชุด!

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ
“พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ” อธิบดี DSI จะถูกสลับไปเป็น อธิบดีกรมคุมประพฤติ แล้วให้ “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” อธิบดีกรมคุมประพฤติ มานั่งที่ DSI แทน

เมื่อย้อนไปดูประวัติ เส้นทางการทำงาน “ร.ต.อ.ปิยะ” นับว่าเป็น“ลูกหม้อ” ของ DSI คนหนึ่ง
ช่วงปี 2552-2553 เป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 และ ขยับขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษของ DSI

ปี 2558 เป็นรองผู้บัญชาการ สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม จากนั้น ปี 2565 เป็นรองอธิบดี DSI

ปี 2567 ย้ายไป เป็น รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

ปี 2568 ได้ย้ายกลับมาเป็น อธิบดีกรมคุมประพฤติ จนถึงปัจจุบัน

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล
“ร.ต.อ.ปิยะ” มีผลงานในคดีสำคัญๆ เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบุกรุกป่าไม้ และ คดีแชร์ลูกโซ่
ช่วงปี 2553 ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ในคดีเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง… คดีเสื้อแดง...คดีก่อการร้าย...คดีชายชุดดำ รวมทั้งคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงเหตุการณ์กระชับพื้นที่

ที่สำคัญคือ “ร.ต.อ.ปิยะ” เป็น 1 ใน 7 รายชื่อของ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ในสำนวน “คดีฮั้วสว.” และเป็น ประธานคณะอนุกรรมการชุดนี้ ที่ยกคำร้อง 229 ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วสว. จน กกต. กำลังจะเอามาเป็นข้ออ้าง ในการไม่ส่งเรื่องนี้ไปศาลฎีกา

โดยช่วงที่เขาเป็น ประธานอนุ กก.ฯ ทางกลุ่ม สว.สำรอง ได้เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อคัดค้าน และขอให้ถอด “ร.ต.อ.ปิยะ” ออกจากคณะอนุฯ ชุดที่ 36 โดยอ้างถึงภาพที่ “ร.ต.อ.ปิยะ” โผล่ไปยืนรอต้อนรับ ยกมือไหว้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี มีท่าทีสนิทสนม ที่บริเวณลานจอดเครื่องบิน ซึ่งเป็นพื้นที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงเกรงว่าจะไม่เป็นกลาง แต่การคัดค้านของกลุ่มสว.สำรองก็ไม่เป็นผล

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ไปรอต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล
สำหรับ DSI ใครๆ ก็รู้ว่า ไม่ใช่กรมธรรมดาๆ เพราะถือ “คดีพิเศษ” ที่มีผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจสูง ไว้ในมือ และในปีนี้หนึ่งในคดีที่ถูกจับตามองที่สุดก็คือ คดีฮั้วเลือก สว.

การเปลี่ยนตัวอธิบดี น่าจะเกิดก่อนคดีเดินไปถึงจุดสำคัญในอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ย่อมถูกตั้งคำถามโดยอัตโนมัติว่า เป็นการเปลี่ยนเพื่อ “บริหารงาน” หรือเป็นการเปลี่ยนเพื่อ “กำหนดทิศทางของคดี” กันแน่!

เพราะคดี“ฮั้วสว.”นั้น ยังมี“คดีอั้งยี่และฟอกเงิน” พ่วงมาด้วย!

ส่วนการจัดวางคนในตำแหน่ง “รองอธิบดี” ก็เป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตาเช่นกัน

ปัจจุบัน มีรองอธิบดี DSI อยู่ 3 คน ได้แก่ “ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล” ... “พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ” ... “พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ” และมีว่างอยู่อีก 1 ตำแหน่ง

มีกระแสข่าวว่า จะมีการขยับ “พ.ต.ต.จตุพล” ไปเป็นผู้ตรวจราชการ และโยก “พ.ต.ท.อนุรักษ์” ไปกรมบังคับคดี

หากเป็นจริงดังว่า ก็จะมีตำแหน่ง รองอธิบดี DSI ว่างถึง 3 เก้าอี้

ตรงนี้แหละที่เรียกว่า “จัดกระดานใหม่ทั้งชุด” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนอธิบดีคนเดียว!

แล้วการทำให้ว่างถึง 3 เก้าอี้ เพื่อเอาใครเข้ามา?!

ถ้าเปิดตำแหน่งพร้อมกัน 3 ตำแหน่ง จะทำให้ผู้มีอำนาจสามารถเลือกคนได้ทั้ง ... คนใน DSI ที่มีประสบการณ์ ...

คนจากกระทรวงยุติธรรม... ตำรวจ... ข้าราชการสายสอบสวน...และคนที่ฝ่ายการเมืองไว้วางใจ !!

ดังนั้นการเปลี่ยนตัวอธิบดี จึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ต้องรอดูของจริงว่า “ทีมรองอธิบดีชุดใหม่มีใครบ้าง”

เพราะอธิบดีหนึ่งคนสั่งการได้ แต่การทำคดีจริงต้องผ่านรองอธิบดี และหัวหน้ากองคดี อีกจำนวนหนึ่ง!

นี่เป็นอีก “หนึ่งช็อตการเมือง” ที่ต้องจับตาว่า เมื่อเปลี่ยนทีมบริหาร DSI ทั้งกระดานแล้ว ทิศทาง “คดีฮั้ว สว.” จะเปลี่ยนตามหรือไม่?!