สภาป่วนปมญัตติไฟใต้! หลังอาศัยเสียงข้างมากให้ถกปมนี้ก่อน “อภิสิทธิ์” ย้อนเกล็ดสำคัญมาก ก็ชงเรียกนายกฯ แจงต่อสภา “โรม” ซัดประธานดึงดรามา-ประวิงเวลา ก่อนประกาศ “ไม่นับญาติ”
วันนี้ (3 ก.ย.) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธาน กลับมาเปิดประชุมอีกครั้งหลังแก้ไขปัญหาระบบลงคะแนน ก่อนลงมติว่าจะพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาของ นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เรื่องปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาลหรือไม่
ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 266 ต่อ 108 เสียง เห็นชอบให้พิจารณาญัตติดังกล่าว
จากนั้น น.ส.มัลลิกา สอบถามว่า จะมีสมาชิกเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงลุกขึ้นอภิปราย โดยระบุว่า เมื่อสภาให้ความสำคัญกับปัญหาชายแดนภาคใต้ จึงเสนอญัตติให้สภามีมติเรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงต่อสภา
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พยายามชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการอภิปรายแล้ว เนื่องจากให้ความสำคัญกับญัตติและให้เกียรติสภา
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศกลับวุ่นวายขึ้นทันที เมื่อ สส.ฝ่ายรัฐบาล คัดค้านข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ โดยเห็นว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ตามข้อบังคับ เนื่องจากอาจเข้าข่ายเสนอญัตติซ้อนญัตติ ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนออีกญัตติให้มอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังการอภิปรายแทน
นายอภิสิทธิ์ ทักท้วงว่า ข้อเสนอของตนไม่ได้ขัดข้อบังคับ เพราะญัตติที่ยื่นเป็นหนังสือระบุไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า ให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีเพียงการอภิปราย แต่ยังเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลโดยตรง
ระหว่างการวินิจฉัย น.ส.มัลลิกา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์การลงมติก่อนหน้านี้ พร้อมระบุช่วงหนึ่งว่า “พูดตรงๆ ถ้าทำงานด้วยกัน อย่าเล่นการเมืองเยอะ วันนี้จะมีญัตติด่วนหรือไม่”
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นกล่าวต่อประธานว่า “ท่านประธานอย่าดึงดรามา อย่าพยายามดึงเวลาไปกว่านี้ อย่าเอาข้อความเท็จมาพูดในสภา ดังนั้น ขอให้เดินหน้า และขอให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้”
น.ส.มัลลิกา ตอบโต้ทันทีว่า “คุณหมิ่นประมาทพี่นะ พี่ไม่ได้ดึงเวลา อยากให้การประชุมเป็นไปด้วยดี”
นายรังสิมันต์ จึงสวนกลับว่า “ประธานมีสิทธิฟ้อง อย่ามาเรียกว่าพี่ พฤติกรรมแบบนี้ผมไม่นับเป็นญาติ” ก่อนที่ น.ส.มัลลิกา จะตอบว่า “ก็ได้นะ”
ความวุ่นวายยังไม่ยุติ แม้สมาชิกหลายคนพยายามดึงการประชุมกลับเข้าสู่การพิจารณาญัตติของนายอภิสิทธิ์ และนายกรวีร์ โดย นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นทักท้วงพฤติกรรมของนายรังสิมันต์ พร้อมขอให้ประธานวินิจฉัย
น.ส.มัลลิกา จึงถามนายรังสิมันต์ ว่า “จะขอโทษหรือไม่”
นายรังสิมันต์ ตอบว่า ใครจะรับเป็นน้องก็รับไป ส่วนคำพูดที่ระบุว่า “ดึงดรามา” หรือ “ไม่มืออาชีพ” หากสภาอ่อนไหวกับถ้อยคำดังกล่าวก็เป็นอีกเรื่อง แต่สิ่งที่ตนนำเสนอเป็นความจริง พร้อมวิจารณ์ว่า ในสภาควรพูดกันอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่เรียกชื่อเล่นหรือพูดคุยกันเหมือนอยู่ในร้านอาหาร
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวหาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเดียว คือ “ประวิงเวลาไม่ให้เรื่องที่กระทบต่อรัฐบาลเข้าสู่วาระพิจารณา”
น.ส.มัลลิกา จึงนำคำพูดของนายรังสิมันต์จากการถอดเทปมาอ่าน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ดึงดรามาหรือประวิงเวลา แต่พยายามทำให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนกล่าวว่า หากนายรังสิมันต์ไม่ขอโทษ ก็ไม่ได้ว่าอะไร และหาก “ไม่นับเป็นพี่น้อง ก็ยินดี” พร้อมทิ้งท้ายว่า “หากไม่ขอโทษ ไม่ต้องนับญาติกัน”
นายรังสิมันต์ ตอบสั้นๆ ว่า “ด้วยความยินดี”
ก่อนที่ น.ส.มัลลิกา จะกล่าวว่า “ขอให้จำไว้” และตัดบทกลับเข้าสู่การประชุม โดยระบุว่า การประชุมล่าช้ามามากแล้ว พร้อมเดินหน้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ต่อไป


