พรรคส้มเดือดกลางสภาฯ กล่าวหารบ.หยิบปัญหาจชต. “ปาดหน้า” วาระรายงาน กกต. หวังสกัดการอภิปรายตรวจสอบ ซัดหากเห็นชีวิตปชช.สำคัญ เหตุใดครม.สัญจรไม่ลงจชต. เหน็บ “รัฐบาล ภท.รักตัวกลัวตาย” จนถูกประท้วงและต้องถอนคำพูด จี้อย่าใช้กลไกสภาปิดปากสภา สุดท้ายวุ่นหนักระบบลงคะแนนขัดข้องจนต้องพักประชุม
วันที่ (3 กันยายน 2569) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกิดความวุ่นวาย หลังนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯ พิจารณาปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นวาระกระทู้ถาม
การเสนอญัตติดังกล่าวถูก สส.ฝ่ายค้านทักท้วงทันที เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเดิมจะพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 รวมถึงรายงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ก่อนเข้าสู่ญัตติปัญหาชายแดนใต้
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทักท้วงว่า ก่อนหน้านี้มีข้อตกลงชัดเจนว่าจะพิจารณาญัตติชายแดนใต้ภายหลังรายงานดังกล่าว เนื่องจากจะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการอภิปราย
ขณะที่ สส.พรรคภูมิใจไทยคัดค้าน โดยเห็นว่ารายงานทั้ง 2 เรื่องไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนเท่ากับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเสนอให้ที่ประชุมใช้เสียงข้างมากตัดสิน จนทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายว่า ยอมรับว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาหารือในสภาฯ แต่หากรัฐบาลเห็นชีวิตประชาชนในพื้นที่สำคัญจริง เหตุใดการประชุม ครม.สัญจรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงเดินทางเพียงจังหวัดสงขลา และให้ส่วนราชการจากพื้นที่ขึ้นมารายงาน แทนที่คณะรัฐมนตรีจะลงไปในพื้นที่ด้วยตนเอง
“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ คือ การเอาความเดือดร้อนมาอ้างเพื่อปกป้อง กกต. เพราะรัฐบาลไม่อยากให้อภิปรายรายงานของ กกต.” น.ส.รักชนก กล่าว
คำอภิปรายดังกล่าวทำให้ สส.พรรคร่วมรัฐบาลลุกขึ้นประท้วงและเรียกร้องให้ถอนคำพูด ก่อนที่ น.ส.รักชนก จะกล่าวต่อว่า สาเหตุที่รัฐมนตรีไม่ลงพื้นที่ชายแดนใต้เพราะ “รักตัวกลัวตาย” จนเกิดเสียงประท้วงขึ้นอีกครั้ง
แม้ประธานในที่ประชุมจะวินิจฉัยให้ถอนคำพูด แต่น.ส.รักชนกได้กล่าวย้ำว่า “ครม.รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย รักตัวกลัวตาย” ก่อนถูกประท้วงและยอมถอนคำพูดในเวลาต่อมา พร้อมยืนยันว่าไม่สนับสนุนการเลื่อนญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะมองว่าเป็นความพยายามปกป้อง กกต. ไม่ให้ถูกอภิปรายตรวจสอบ
ต่อมา ประธานในที่ประชุมประเมินว่า หากเข้าสู่การพิจารณาญัตติชายแดนใต้จะใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง 30 นาที และอาจเสร็จสิ้นประมาณ 18.00 น.
นายพริษฐ์จึงลุกขึ้นขอความชัดเจนจากวิปรัฐบาลถึงการเปลี่ยนแปลงข้อตกลง พร้อมเรียกร้องไม่ให้เร่งปิดประชุมจนทำให้สภาฯ ไม่มีโอกาสพิจารณารายงานของ กกต.
ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านเป็นฝ่ายขอให้พิจารณาญัตติปัญหาชายแดนใต้ แต่เมื่อหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล มีข้อเสนอให้พิจารณาปัญหาน้ำท่วมน่านก่อน จึงต้องกลับมาเจรจากันอีกครั้ง ส่วนการเสนอญัตติด่วนครั้งนี้เป็นเรื่องที่สภาฯ ต้องพิจารณาร่วมกัน พร้อมขออย่ากล่าวหาว่าฝ่ายรัฐบาลใช้สภาฯ ปิดปากการอภิปราย
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตว่า กำลังมีความพยายามใช้กลไกของสภาฯ ไม่เพียง “ปิดปากคนข้างนอก” แต่ยัง “ปิดปากสภา” ไม่ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. จึงเสนอให้ที่ประชุมเดินหน้าพิจารณาตามระเบียบวาระเดิม
ท้ายที่สุด ที่ประชุมต้องเตรียมลงมติตัดสินว่าจะพิจารณาวาระใดก่อน แต่หลังตรวจสอบองค์ประชุมกลับพบว่าระบบลงคะแนนเกิดขัดข้อง แม้พยายามรีเซ็ตระบบแล้วยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง สั่งพักการประชุม20นาที ท่ามกลางความตึงเครียดของทั้งสองฝ่าย


