วงในกกต.ไม่เเฮปปี้บทบาท "สมชัย" เปิดข้อมูลคณะ 36 หวั่นเจตนาแฝง พิจารณาจะดำเนินคดีเพิ่มอีกหรือไม่ แม้เคยเป็นผู้ใหญ่ในกกต. แนะวิจารณ์ได้แต่ควรยึดกฏหมายด้วย
วันนี้ (2กย.2569) กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ในหัวข้อ “เหตุใด การทำงานของอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คดีฮั้ว ส.ว. จึงขาดความน่าเชื่อถือ “ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 229 รายในคดีฮั้ว ส.ว. ก่อนส่งเรื่องให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณาเเละทยอยโพสต์จนถึงวันที่14กันยายนนี้นั้น เเละนายสมชัยอ้างว่าได้ข้อมูลนี้จากบุคลากรของกกต.ซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายนั้น
เเหล่งข่าวจากกกต.เเจ้งว่ากกต.เเจ้งความดำเนินคดักับไอลอว์ไปเเล้วเมื่อหลายวันก่อน ในการนำเอกสารความเห็นของรองเลขาธิการกกต.ในสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนเเละไต่สวนกลาง ชุดที่26ไปเผยเเพร่เเละกำลังพิจารณาว่าจะเเจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัยเพิ่มหริอไม่เพราะวันที่14กันยายนกกต.จะวินิจฉัยกรณีฮั้วสว.เเล้ว
“บุคลากรหลายคนในกกต.ไม่สบายใจกับนายสมชัยในฐานะที่เคยเป็นผู้ใหญ่ในกกต. เเละไม่เข้าใจเจตนาของนายสมชัยในวันนี้ ว่าประสงค์อะไร เพราะนาบสมชัยพ้นหน้าที่กกต.ไปเเล้วก็ลงสมัครสส.เเละสว.เเละเคลื่อนไหวทางการเมืองเเบบต่อเนื่อง ซึ่งขัดกับท่าทีอดีตผู้บริหารกกต./ผู้บริหารองค์กรอิสระอื่นๆเมื่อพ้นวาระก็จะไม่เเสดงออกเหมือนนายสมชัย
บุคลากรกกต.ยอมรับบทบาทการวิจารณ์การทำงานของกกต.ในมุมมองของงนายสมชัย เเต่มีข้อสังเกตว่า นายสมชัยมีเจตนาใดกับกกต.ตั้งเเต่คดีสว.ปี2557-บัตรเลือกตั้งสส.ปี2569(บาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด ซึ่งกกต. ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดและฟ้องร้องนายสมชัยกับพวกไปเเล้ว) โดยนายสมชัยวิจารณ์การทำงานของกกต.ได้ เเต่นายสมชัยควรยึดกฎหมายด้วย“เเหล่งข่าวกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บทบาททางการเมืองของนายสมชัยนั้นพบว่านายสมชัยเคยทำหน้าที่เลขาธิการพีเน็ต-อาจารย์คณะรัฐศาสตร์เเละรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นมาทำหน้าที่กกต.ตั้งเเต่วันที่13ธค.2556-20มีค.2561
เหตุการณ์สำคัญช่วงที่นายสมชัยเป็นกกต.คือการเลือกตั้งสส.วันที่2กพ.2557ที่มีการประท้วงของกปปส.จนการเลือกตั้งมีปัญหา เเละศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งคราวนั้นเป็นโมฆะ โดยนายสมชัยพยายามเสนอหลายวิธีให้กปปส.-รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หารือกันเพื่อหาทางออกเเต่สุดท้ายไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้คสช.ยึดอำนาจในวันที่22พค.2557
ต่อมาวันที่20มีค.2561นายสมชัยพ้นจาการทำหน้าที่กกต.เพราะถูกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่4/2561ให้ นายสมชัย ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เป็นกรรมการการเลือกตั้งทันทีตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2561 เพราะนายสมชัยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคม และอาจเป็นอุปสรรคต่อการเตรียมการจัดการเลือกตั้งในขณะนั้น
คำสั่งหัวหน้าคสช.ดังกล่าวยังระบุอีกว่า
เเละนายสมชัยสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต. โดยไม่ลาออกจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งเสียก่อน ซึ่งเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนและกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร
อนึ่งนายสมชัยเคยยอมรับในช่วงที่เป็นกกต.ว่า ได้เเต่งตั้งบุตรชายคือนายปริญ ศรีสุทธิยากร ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการกกต.จริงเเละอ้างว่า บุตรชายมาทำหน้าที่นี้ตั้งเเต่วันที่1ธค.2558 โดยอ้างว่าตนใช้คนที่ไว้วางใจมาทำหน้าที่นี้เเบบชอบธรรมเเละไม่ใช่เรื่องเเปลก
เเละวันที่2สค.2559นายสมชัยได้สาธิตกล่องพลาสติกบัตรเลือกตั้งอ้างว่า ราคา244บาท/กล่อง ใช้งานได้สิบปีเเละจะนำมาใช้ในการทำประชามติที่จะนำมาใช้เเทนกล่องกระดาษที่มีราคา180บาท/กล่อง เเต่ช่วงการสาธิตโยนกล่องพลาสติกพบว่ากล่องพลาสติกตกเเตกจนถูกสังคมวิจารณ์ในกรณีนี้
เมื่อพ้นจากกกต.นายสมขัยลงสมัครสส.สมุทรสาครพรรคประชาธิปัตย์ในปี2562เเต่เเพ้การเลือกตั้ง ปี2566 นายสมชัยได้ลงสมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยเเต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นปี2567 นายสมชัยลงสมัครสว.เเต่ตกรอบในระดับจังหวัด


