xs
xsm
sm
md
lg

ลุ้นอีกเฮือก! ศาล ปค.สูงสุด กลับคำสั่งเป็น รับฟ้อง “หมอสรณ” ปมถูกชี้ขาดคุณสมบัตินั่ง ปธ.กสทช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ได้ลุ้นอีกเฮือก!!! ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งเป็น รับฟ้อง “หมอสรณ” ปมถูกชี้ขาดคุณสมบัตินั่ง ปธ. กสทช.ระบุเป็นผู้เดือดร้อนเสียหาย พร้อมสั่งศาลชั้นต้น พิจารณามาตรการคุ้มครองชั่วคราว ยืนยันคำวินิจฉัยกระทบสิทธิ เปิดทางต่อสู้คดีเต็มที่

วันนี้ (2 ก.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ศ.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลาง เป็นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาในคดีที่ นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค. 69 ที่วินิจฉัยว่านายแพทย์สรณมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้น โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลัง นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว เสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น

โดยศาลปกครองสูงสุด ให้เหตุผลว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และเนื่องจากกฎหมายให้อำนาจในการออกคำสั่งหรือมีมติที่มีผลกระทบต่อบุคคล ซึ่งการมีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค. 69 เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง

นอกจากนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ อ้างอำนาจตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564) โดยชี้ว่า การไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพ ถือเป็นการสละสิทธิ ตามมาตรา 18 และส่งผลให้ นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไปได้ได้ และต้องมีการสรรหา กสทช. ใหม่ โดยนพ.สรณ ไม่สามารถเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่

คำสั่งนี้จึงกระทบต่อสิทธิของ นพ.สรณ โดยตรง และเข้าข่ายเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 นพ.สรณ จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวได้

รวมทั้ง นพ.สรณ ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 จึงอยู่ภายในระยะเวลาการฟ้องคดี 90 วันตามมาตรา 49 พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ 2542 ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ เป็นให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณา พร้อมให้ดำเนินการพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีต่อไป


ทั้งนี้เหตุผลสำคัญที่ศาลปกครองสูงสุดให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา คือ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาส่งผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของหมอสรณโดยตรง ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย หากต้องการแก้ไขผลกระทบนี้ จำเป็นต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวควรถูกเพิกถอนหรือไม่ จากนี้ ศาลจะพิจารณาประเด็นสำคัญว่า หมอสรณมีลักษณะต้องห้ามตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ รวมถึงคณะกรรมการสรรหามีอำนาจและดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม คำสั่งให้รับคำฟ้องครั้งนี้หมายความว่าศาลเห็นว่าคำฟ้องของหมอสรณมีเหตุเพียงพอที่จะรับไว้ตรวจสอบและพิจารณาต่อไป และในระหว่างที่ศาลยังไม่มีคำตัดสิน หมอสรณยังคงดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. เพราะยังไม่มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยตามกฎหมายให้พ้นจากตำแหน่ง