“รมว.ศึกษา” ย้ำเด็กทุกสัญชาติที่อาศัยในไทยต้องเข้าถึงการศึกษา หลัง สพป.ตาก เขต 2 งดรับเด็กจากค่ายผู้ลี้ภัย เตรียมถกนักวิชาการ–องค์กรสิทธิเด็ก วางระบบเรียนในค่าย พร้อมประสานมท.แก้ปมเด็กไร้เอกสาร ยืนยันไม่ปิดกั้นสิทธิการศึกษา
วันนี้ (1 ก.ย. 69) นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 (สพป.ตาก เขต 2) ออกประกาศให้โรงเรียนในสังกัดงดรับเด็กจากค่ายผู้ลี้ภัยเข้าเรียนในโรงเรียนไทย จนส่งผลให้เด็กบางรายต้องพ้นสภาพการเรียนระหว่างภาคเรียน โดยยืนยันว่า ประเทศไทยมีพันธกรณีตามอนุสัญญาที่กำหนดให้เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด ต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา
นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับเด็กที่พักอาศัยอยู่ภายในค่ายอพยพนั้น ตามระเบียบและกฎหมายสามารถจัดการเรียนการสอนภายในค่ายได้ ขณะที่ที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ผ่อนผันให้เด็กบางส่วนสามารถออกมาเรียนภายนอกค่ายได้ เนื่องจากมีเหตุจำเป็นบางประการ แต่เมื่อเรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นขึ้นมา กระทรวงศึกษาธิการจึงเตรียมแนวทางดำเนินการ โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการจัดระบบการศึกษาภายในค่ายให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะเชิญหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือร่วมกัน ทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ดำเนินงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กทั่วโลกอย่าง Save the Children เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและจัดระบบการศึกษาให้เหมาะสม
ทั้งนี้ จะพิจารณาด้วยว่ามีข้อกำหนดหรือระเบียบใดที่เป็นอุปสรรคและสามารถปรับแก้ได้หรือไม่ โดยอาจต้องประสานกับกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากเด็กบางส่วนไม่มีเอกสารหลักฐาน บัตรประชาชน หรือข้อมูลในทะเบียนราษฎร จึงขอให้รอผลสรุปจากการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จากนั้นจึงจะนำแนวทางดังกล่าวไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยต่อไป
“กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้น พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงยึดหลักสิทธิมนุษยชน” นายประเสริฐ กล่าว


