xs
xsm
sm
md
lg

“เท้ง” ย้ำ TH-AI Passport ไม่คุ้ม 1600 ล. ชูโมเดลสิงคโปร์เน้นปฏิรูปภาครัฐ ชี้ อาจจำกัดเสรีภาพถาม-เจเนอเรต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ณัฐพงษ์” มอง TH-AI Passport ใช้งบ 1600 ล้านไม่คุ้มค่า ชูโมเดลสิงคโปร์เน้นปฏิรูปภาครัฐ ชี้ อาจตีกรอบจำกัดเสรีภาพในการถาม-เจเนอเรตบางประเด็น

วันนี้ (1 ก.ย.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า อย่างแรกตนวางหลักการไว้ก่อนว่าเราไม่ได้เห็นค้านในการช่วยกันยกระดับการตระหนักรู้และมีความรู้ในการใช้เอไอ (AI adoption) ของประชาชนให้มากขึ้น แต่ประเด็นที่เราเคยตั้งคำถาม คือ ความไม่โปร่งใสและการใช้งบประมาณ และไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส สิ่งที่ควรมองไปข้างหน้า ตนคิดว่า เงิน 1,600 ล้านบาท ถ้าพรรคประชาชนเข้าไปบริหาร ตนเชื่อว่าสามารถที่จะใช้จ่ายในการลงทุนได้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ในการเอาเอไอเข้ามาใช้ประโยชน์ในประเทศได้มากกว่านี้

นายณัฐพงษ์ ได้ยกตัวอย่างการอภิปรายในสภาของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ว่า โจทย์หลักตอนนี้ในการพัฒนาเอไอ ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันทำโมเดล ไม่ได้แค่เรื่องของการสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนเข้ามาใช้เอไอเป็น แต่โจทย์ของภาครัฐ คือ จะสามารถนำเอไอเข้ามาใช้ในการปฏิรูปกระบวนการภายในภาครัฐอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุน เกิดประสิทธิภาพ และช่วยต่อยอดให้เอกชนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น ตนคิดว่าอันนี้เป็นโจทย์หลักที่ถ้าพวกเรามีโอกาส มีอำนาจในการตัดสินใจในการใช้งบประมาณ 1600 ล้านบาท น่าจะใช้งานได้คุ้มค่ามาก

ส่วนกรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน บอกว่า เป็นโครงการที่ห่วยกว่าของฟรี มีความเห็นอย่างไร เคยได้ลองใช้แล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนมีโอกาสได้ลองใช้งานมาบ้าง แต่ยังไม่ได้มากเท่าคนอื่น และเข้าใจว่าตอนนี้ก็มีหลายคนที่ช่วยกันเข้าไปทดลองอยู่แล้ว ตนคิดว่าโจทย์หลักตอนนี้จริงๆ อยู่ที่ว่า มันไม่ได้เป็นการวัดว่าเอไอในโครงการนี้ที่อยู่ในตลาด มีอะไรที่ดีหรือไม่ดีมากกว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วโครงการ TH-AI Passport ก็ใช้โมเดลจากบริษัทเทคที่มีขายอยู่ในตลาดอยู่แล้ว วัตถุประสงค์โครงการก็เพื่อต้องการทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ในการใช้เอไอมากขึ้น และมีความรู้เท่าทันเอไอ (AI literacy) มากขึ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า แต่ในมุมหนึ่ง ตนก็เห็นการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ซึ่งจะถูกหรือผิดก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และการพร้อมท์-การเจนเนอเรตเอไอบางอย่างก็ถูกตีกรอบในเรื่องที่อาจมีความเซนซิทีฟบางอย่าง ที่เอไอในโครงการของรัฐไม่สามารถตอบคำถามแบบนี้ได้ เมื่อเทียบกับใช้เอไอที่อยู่ในท้องตลาด ซึ่งเป็นเอไอโมเดลเดียวกัน แต่กลับตอบได้ ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตว่า เอไอในโครงการ TH-AI Passport ถูกตีกรอบเรื่องของการแสดงความคิดความเห็นเสรีภาพของประชาชนหรือไม่