xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ แจงเปลี่ยนโฆษก รบ.ปรับเน้นเนื้องาน จ่อชง “หมอเอก” ปรับ “รัชดา” ดูงานสตรี จชต. ไม่รู้สึกการเมืองรุกแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อนุทิน” เผย เหตุเปลี่ยนตัวโฆษก รบ. หวังปรับรูปแบบแถลงข่าว เน้นเนื้องานของรัฐบาลไม่เน้นการเมือง รับจุดอ่อนตนพูดไม่เก่งแถมบางทีเป็นปัญหา ชงชื่อ “หมอเอก” เข้า ครม.สัปดาห์หน้า ปรับ “รัชดา” ช่วยงานสตรีชายแดนใต้ บอกไม่รู้สึกถูกการเมืองรุกแรง รับฟังทุกเสียงวิจารณ์เพื่อปรับปรุง

วันนี้ (1 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.37 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตรงนี้มียุทธศาสตร์อย่างไร ว่า เป็นการปรับเปลี่ยนงานภารกิจ พอดีมีเรื่องสตรีในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเคยทราบมาว่า นางสาวรัชดา ธนาดิเรก เคยทำเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว จึงอยากให้ นางสาวรัชดา มาช่วย โดยจะเสนอให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมาช่วยงานตนในเรื่องของกลุ่มสตรีในภาคใต้ รวมถึงช่วยงานด้านอื่นๆ ด้วย ขณะที่โฆษกรัฐบาลคนใหม่ “หมอเอก” นายเอกภพ เพียรพิเศษ ถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์จากการที่เป็น สส.มาก่อน โดยน่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้ในสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมอเอก อดีตเคยอยู่พรรคก้าวไกลมาก่อน ในเรื่องของการทำงานจะเป็นอย่างไร นายอนุทิน ส่ายหน้า พร้อมกับกล่าวว่า อยู่พรรคภูมิใจไทยครับ และเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมานานแล้ว

เมื่อถามว่า รัฐบาลทำงานมาก้าวสู่เดือนที่ 6 การสื่อสารของรัฐบาลจะต้องมีการปรับกลยุทธอย่างไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนอยากให้มีการปรับรูปแบบการแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบ แต่เราจะไม่เน้นเรื่องทางการเมือง ขณะเดียวกัน จะย้ำในเรื่องมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาล ซึ่งช่วงนี้มีเรื่องใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ และการยกระดับเศรษฐกิจ สิ่งดีๆ ที่ประเทศไทยรับมาในช่วง 2-3 เดือนนี้ เยอะแยะมากมาย และถือว่ารัฐบาล มัวแต่ทำงาน บางทีการสื่อสารในรูปแบบของภาพรวม และในรายละเอียดบางทีตนเองจะพูดมากเกินไปหน่อย จากนี้ไปจะให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง แต่ไม่ใช่แถลงในลักษณะของมาอ่าน จะต้องรับรู้เจตนารมณ์และแชร์ความรู้สึก รับฟังพี่น้องประชาชนสามารถนำความเห็น ความรู้สึกและความอ่อนไหวในทุกๆด้านของประชาชน มาวิเคราะห์และประเมิน ทำให้เกิดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะรัฐบาลฟังพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว เมื่อฟังความต้องการของประชาชนมาก็อยากจะเพิ่มประสิทธิภาพของทีมสื่อสารให้ประชาชนได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

“บางทีเรามีจุดอ่อนและคนก็บอกตลอดเวลา อย่างตัวผมเองก็มีจุดอ่อนในเรื่องของการสื่อสาร หรือในบางครั้งก็เป็นปัญหา นี่ไงจึงต้องหาคนที่มา ชี้แจงแทนเราได้ในเรื่องรายละเอียดของการทำงาน เพราะผมเองอาจจะพูดไม่เก่ง เรียบเรียงประเด็นไม่ค่อยชัดเจน แต่ในเรื่องการทำงานและวางแผนงาน ผมก็เติบโตมาทางนี้พูดน้อยทำเยอะ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่า ในมุมของทางการเมืองเริ่มรุกแรงขึ้น ตัวของนายกรัฐมนตรี จำเป็นจะต้องมี โฆษกประจำตัว เพื่อคอยชี้แจงในเรื่องที่อาจมีผลกระทบ หรือไม่อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า แปลว่า อะไรการเมืองรุกแรงขึ้น ซึ่งตนไม่ได้มีความรู้สึกว่ามีอะไรที่จะมารุกแรง ตนรับในเรื่องที่ผู้คนจะมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และเห็นหรือไม่หลายๆ เรื่อง ตนก็เห็นว่า มีเหตุมีผล และตนก็มีการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องที่ได้รับคำชื่นชมมาก็ไปทำให้มีความแข็งแรงแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น แล้วตอนนี้ก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่ามีอะไรที่จะรุกหรือถูกที่ถูกกดดัน ไม่เคยมี

เมื่อถามว่า แสดงว่า ไม่จำเป็นจะต้องมีโฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรี มาคอยชี้แจงในทางการเมืองใดๆ ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ใครจะเป็นโฆษกประจำตัวผมได้ เพราะผมคงแย่งเขาพูดหมด”