กมธ.ศาสนาฯ ลงพื้นที่อยุธยา พบ “วัดย่านอ่างทอง” เผชิญน้ำซึม-ความชื้นสะสม กระทบโบสถ์ วิหาร และโบราณวัตถุ เตรียมเชิญกรมศิลปากร-จังหวัด-ท้องถิ่น เร่งฟื้นฟู พร้อมต่อยอดทุนพหุวัฒนธรรม จาก “คุณค่า” สู่ “มูลค่า” อย่างยั่งยืน
วันนี้(1 ก.ย. 69) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ศึกษาปัญหาการบูรณปฏิสังขรณ์ “วัดย่านอ่างทอง” อ.ผักไห่ หลังพบโบราณสถานยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ขณะที่ปัจจุบันยังเผชิญปัญหาน้ำซึมเข้าสู่พื้นวิหาร เกิดความชื้นสะสม เสี่ยงสร้างความเสียหายต่อโบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญ
การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธาน กมธ. พร้อมนายปะดิธ สังขจาย รองประธาน กมธ.คนที่ 1 นายชานนท์ ไทยเศรษฐ์ รองประธาน กมธ.คนที่ 4 คณะที่ปรึกษา อนุกรรมาธิการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อศึกษาปัญหาด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่
ดร.สุรินทร์ ศรีสังข์งาม ผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลว่า พื้นที่โดยรอบโบสถ์และวิหารของวัดย่านอ่างทองได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วมปี 2554 และปัจจุบันยังมีน้ำซึมเข้าสู่พื้นวิหาร ทำให้เกิดความชื้นสะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโบราณสถานในระยะยาว
สำหรับวัดย่านอ่างทองสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และยังเก็บรักษาสิ่งของพระราชทานจำนวนมาก กมธ.จึงเห็นควรเชิญกรมศิลปากร จ.พระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขและบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง ก่อนมรดกสำคัญของชาติจะทรุดโทรมมากขึ้น
จากนั้นคณะเดินทางเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วังหลัง ศึกษาเรื่อง “ผ้าลายอย่าง” ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายที่ราชสำนักสยามออกแบบลวดลายแล้วส่งไปผลิตที่อินเดีย เนื่องจากสมัยอยุธยายังไม่มีเทคโนโลยีการพิมพ์ผ้า ถือเป็นหลักฐานที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญา งานศิลป์ และความสัมพันธ์ทางการค้าในอดีต
คณะยังเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา เพื่อศึกษาเครื่องทองสมัยอยุธยา ซึ่งส่วนใหญ่ค้นพบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ โดยการขุดค้นครั้งสำคัญเมื่อปี 2500 พบโบราณวัตถุกว่า 2,200 รายการ
ขณะเดียวกัน นายปะดิธนำคณะจัดสัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมศาสนา การอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทย” ที่หอประชุมเทศบาลเมืองผักไห่ โดยมีนายทรงพล สุขสมบูรณ์ สส.พระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธุ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ที่ประชุมเน้นย้ำศักยภาพของ จ.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรมที่มีประชาชนทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ตลอดจนมีแหล่งมรดกโลกและทุนทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
กมธ.ยังเตรียมนำประเด็นการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ภายในวัดไปศึกษาต่อ เพื่อหาแนวทางดูแลทรัพย์สินและมรดกของวัดให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และชุมชน พร้อมผลักดันของดีผักไห่และอยุธยาให้สามารถเปลี่ยนจาก “คุณค่า” ไปสู่ “มูลค่า” ควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน


