“สมชัย” บุก กกต. จี้แจง 3 ปมร้อนใครเสนอชื่อ “ณัฐวุฒิ” นั่ง อนุฯ วินิจฉัย-สอบจริยธรรม “ฐิติเชฏฐ์”- ที่มาอนุกรรมการ ลั่น 15 ก.ย.ไม่ชัดขู่แจ้ง ม.157 ยกชุด 13 คน
วันนี้ (31 ส.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อม นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อติดตาม 3 ประเด็น โดยขอให้ กกต. ชี้แจงต่อสาธารณะ ภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้ นายสมชัย กล่าวว่า 1 ขอทราบว่า กกต. คนใดเป็นผู้เสนอชื่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ให้ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 12 เมื่อปี 2562 พร้อมตั้งคำถามว่าก่อนแต่งตั้งได้ตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติอย่างรอบคอบหรือไม่ เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวมีหน้าที่กลั่นกรองคดีเลือกตั้งก่อนเสนอ กกต.
2. ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญากับนายณัฐวุฒิ กรณีสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทั้งที่อาจมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (10) ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. โดยนายสมชัยตั้งคำถามว่า กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีไปถึงขั้นตอนใดแล้ว
และ 3. ขอทราบความคืบหน้าการตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของ กกต. คนหนึ่ง ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนอยู่ในชั้น ป.ป.ช. 2 กรณี รวมถึงกรณีภาพจากกล้องวงจรปิดที่นายสมชัยระบุว่าเป็นภาพที่ กกต.คนดังกล่าวนำซองเงิน 300,000 บาท ไปมอบให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
นายสมชัย ย้ำว่า ไม่ต้องการรอคำตอบเป็นหนังสือ แต่ต้องการให้ กกต. ตอบต่อสาธารณะภายในวันที่ 15 ก.ย.หากไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งในเรื่องคดีอาญาหรือการตรวจสอบจริยธรรม จะดำเนินการแจ้งความเอาผิด กกต. ทั้ง 2 ชุด รวม 13 คน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายสมชัย ยังยืนยันว่า การมาติดตามเรื่องนายณัฐวุฒิ ในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ติดตามมานานหลายเดือน ไม่ได้เป็นการตอบโต้หลังนายณัฐวุฒิออกมาเคลื่อนไหว พร้อมระบุว่า ได้เชิญนายณัฐวุฒิมาร่วมแถลงข่าวด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายชี้แจงต่อสื่อมวลชน แต่ไม่ได้เดินทางมา
ส่วนที่ นายณัฐวุฒิ ออกมาพูดพาดพิงด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมนั้น นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อกฎหมายไว้ทั้งหมด หากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดและเป็นการแสดงออกต่อสาธารณะ ก็ไม่ต้องการให้เกิดพฤติกรรมลักษณะนี้ซ้ำกับบุคคลอื่นในสังคม จึงอยู่ระหว่างพิจารณาช่องทางดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่า หากสามารถดำเนินคดีได้ ก็จะดำเนินการเท่าที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้
ส่วนกรณีที่ นายณัฐวุฒิ เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัย นายสมชัย ระบุว่า ไม่ได้กังวล และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากมีการกล่าวหาก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานและข้อเท็จจริง
ขณะที่กรณี นายณัฐวุฒิ ร้อง ปปง. ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของนายสมชัยและบุคคลที่เกี่ยวข้อง นายสมชัยกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ ปปง. ที่จะตรวจสอบ และพร้อมให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งหากตรวจสอบจริงอาจพบว่าตน “จนมาก” เพราะมีทรัพย์สินเป็นจักรยานเพียง 2 คัน
ส่วนที่ กกต. เคยชี้แจงว่า นายณัฐวุฒิเคยเป็นอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 12 เพียง 57 วัน และไม่เคยได้เข้าร่วม นายสมชัยย้ำว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวนวันที่ดำรงตำแหน่ง แต่ต้องการทราบว่า ใครเป็นผู้เสนอชื่อนายณัฐวุฒิเข้ามาดำรงตำแหน่ง และก่อนเสนอชื่อมีการตรวจสอบประวัติหรือคุณสมบัติหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้ได้รับการเสนอชื่อมีประวัติถูกให้ออกจากราชการด้วยเหตุประพฤติชั่วร้ายแรง และเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับ กกต. โดยตรง ก็ควรมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัยมีหน้าที่สำคัญในการกลั่นกรองคดีเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามว่า นายณัฐวุฒิ ได้นำตำแหน่งดังกล่าวไปใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือใช้ประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ โดยเฉพาะการระบุประวัติการดำรงตำแหน่งในเอกสารสมัครรับเลือกตั้ง และมองว่ากกต. กำลังตอบ “คนละคำถาม” เพราะการชี้แจงว่าอยู่ในตำแหน่งเพียง 57 วัน ไม่ได้ตอบคำถามสำคัญว่า ใครเป็นผู้เสนอชื่อ และมีการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนแต่งตั้งหรือไม่
ทั้งนี้ นายสมชัย ยังระบุว่า ภาพกล้องวงจรปิดที่ระบุเห็นตัวของ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ หากเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่ภาพของตัวเอง ตนมีคลิปทั้งหมด 8 คลิป ซึ่งวันนี้นำมาเปิดเพียงแค่ 2 คลิปเท่านั้น


