จับตา “ทวี สอดส่อง” ร่วมศึกอภิปรายคดีฮั้ว สว.หรือไม่ หลังเจ้าตัวเคยชี้มีผู้กระทำผิดมากกว่า 138 สว.ซ้ำทำเป็นขบวนการ-เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ด้านฝ่ายค้าน-ภาคปชช.จ่อเปิดเกมต่อ หลังกกต.ลงมติ 14 ก.ย.
วันนี้ (30ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกกต.ได้มีการพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสว.เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 สค. ที่ผ่านมา โดยกำหนดที่จะลงมติในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. และทางตัวแทนภาคประชาชนนำโดยโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อประชาชน หรือ ไอลอว์ เรียกร้องให้กกต.มีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนซึ่งเป็นทั้งกรรมการบริหารพรรคการเมืองและเครือข่าย สมาชิกวุฒิสภาปัจจุบันต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ยืนยันว่าหากกกต.ไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหารายใดก็จะเปิดข้อมูลหลักฐานของบุคคลนั้นที่ปรากฏอยู่ในสำนวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการพูดคุยของตัวแทนพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ นักวิชาการ ภาคประชาสังคมบางส่วนในเบื้องต้นว่า ไม่ว่ากกต.จะมีมติอย่างไรในวันที่14กย. ทั้งหมดก็จะเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยมีแนวทางคือ 1.จะชี้ข้อพิรุธของกกต.ในทุกข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหา229ราย เเม้จะว่าถูกส่งฟ้องหรือไม่ โดยได้ทยอยเปิดรายชื่อ/พฤติการณ์ผ่านสังคมออนไลน์เเละเวทีต่างๆไปเเล้ว
2.พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายรัฐบาล ทั้งแบบอภิปรายทั่วไป หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจเเบบลงมติในสมัยประชุมนีัโดยจะติดตามมติกกต.ในวันที่14กย.เเละติดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีการทำบาร์โค้ด QR code บนบัตรเลือกตั้งที่ศาลฯจะวินิจฉัยวันที่28กย.นี้ รวมทั้งการลงมติร่างพรบ.งบประมาณปี2570วาระ2เเละ3 ให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะกำหนดเวลาที่เเน่ชัดในการอภิปราย โดยให้น้ำหนักไปยังพรรคภูมิใจไทยว่าจากคดีฮั้วสว จะถือว่าภาคภูมิใจไทยกระทำการเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่เพียงใด
"เชื่อว่าพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อเเละหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้จะใช้สิทธิสส.ในการอภิปรายด้วยเพราะพ.ต.อ.ทวีได้ติดตามกรณีนี้มาตั้งเเต่ต้นเเละระบุว่าคดีฮั้วสว.นั้นเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง"
ทั้งนี้พตอ.ทวี เป็นอดีตรมว.ยุติธรรมเเละอดีตรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษได้ร่วมลงมติกับคณะกรรมการคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 6มีค. 68 ให้รับคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษเลขที่24/2568 ข้อหาอั้งยี่ เเละฟอกเงิน และให้ดีเอสไอดำเนินการสอบสวน โดยอ้างว่าพบผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนมากเเละมีเเกนนำพรรคภูมิใจไทยร่วมด้วย โดยมีหลักฐานคือการติดต่อทางโทรศัพท์ การเดินทาง การพักในรีสอร์ท/โรงเเรม เเละเส้นเงินกว่า300ล้านบาท เเต่พบว่าช่วงเดือนพย.2568ดีเอสไอสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดเเรกเเปดคน เเละส่งสำนวนให้อัยการ ต่อมาอัยการมีคำสั่งให้ดีเอสไอสอบเพิ่มเติม 5 ประเด็นเเละรวบรวมพยานหลักฐานการไต่สวนของกกต.เข้ามารวมในสำนวน
อย่างไรก็ตามการสั่งฟ้องคดีผู้ต้องหาคดีฮั้วสว.ของดีเอสไอในตอนเเรกที่มีจำนวนเพียงเเปดคน ทั้งที่ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมในช่วงนั้นระบุว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดนับพันรายเเละมีเส้นเงินจำนวนมากเกี่ยวข้อง บางส่วนมาจากเครือข่ายเเกนนำพรรคภูมิใจไทยจึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าหรือเพราะพยานหลักฐานที่ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมในช่วงนั้นระบุไม่หนักเเน่นเพียงพอจนทำให้สำนวนอ่อนหรือไม่
"ช่วงเเรกนั้นพ.ต.อ.ทวีในฐานะรมว.ยุติธรรมกล่าวหลายครั้งว่าการฮั้วสว.กระทำเป็นขบวนการ คือผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนมาก เเละหลักฐานคือ เส้นเงินบวกกับหลักฐานทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะเเกนนำเเละสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่มีส่วนร่วมด้วยและเมื่อวันที่5ส.ค.พ.ต.อ.ทวีก็ระบุว่า 138สว.ที่ถูกกล่าวหาร่วมกระทำผิดคดีฮั้วสว.นั้น เเท้จริงเเล้วมีมากกว่านั้นคือ149สว.ขอให้กกต.ส่งสำนวนให้ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
จุดนี้น่าสังเกตว่า เหตุใดพตอ.ทวีจึงระบุว่า มีสว. ที่กระทำผิดมากกว่า138สว.คือมี149สว. ทั้งที่อ้างว่าตนเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ตั้งเเต่เดือนพค.2568-มค.2569
เเละช่วงที่ดีเอสไอเเละกกต.ดำเนินการนั้นพบว่าพตอ.ทวีไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้เเล้ว "
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือนพค.2568 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของสว.ที่อ้างว่าพ.ต.อ.ทวีเเทรกเเซงการทำงานของดีเอสไอเเละศาลมีคำสั่งให้พตอ.ทวียุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในการกำกับดูเเลดีเอสไอเเละรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ จนวันที่21 มค.2569 ก่อนมีคำวินิจฉัยว่าไม่พบพยานหลักฐานชี้ว่าพตอ.ทวี เเละนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ในขณะนั้นใช้ตำแหน่ง ลืมนานๆที่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วสว.จึงไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงและทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว พ.ต.อ.ทวีจึงสั่งยังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งส.สในการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ69ได้


