ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) จัดโครงการเวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 โดย พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. นำคณะบรรณาธิการ สื่อมวลชน และสื่อบุคคลจากส่วนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส เพื่อรับทราบสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้จากพื้นที่จริง รับฟังแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง ควบคู่กับการดำเนินงานด้านการพัฒนา รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว
สำหรับการลงพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มี นายพิชิต รุ่งประเสริฐ นายอำเภอสุคิริน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปภาพรวมของพื้นที่ ทั้งด้านการพัฒนา การท่องเที่ยว และวิถีชีวิต
อำเภอสุคิรินมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวอีสานที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยแต่ละชุมชนยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของตนเองไว้ เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ของชุมชนชาวอีสานที่ยังคงจัดสืบต่อกันมา และกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวในสุคิริน
ชุมชนท่องเที่ยวบ้านจุฬาภรณ์ 12 มีประวัติความเป็นมาเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรม 10 ซึ่งเคยเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ป่าบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย ก่อนมีการเจรจาสันติภาพและยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธในปี 2532 สมาชิกส่วนหนึ่งได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย วางอาวุธและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก่อนตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนอยู่ในพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน ร่องรอยของชีวิตในช่วงเวลานั้นยังถูกรวบรวมไว้ที่ พิพิธภัณฑ์บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ทั้งภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือสื่อสาร และสิ่งของที่ใช้ในการดำรงชีวิตในป่า หลายชิ้นเป็นของที่เคยใช้งานจริง จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่ยังทำให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในช่วงที่อาศัยอยู่ในป่า ก่อนจะเปลี่ยนผ่านมาสู่การตั้งถิ่นฐานและกลายเป็นชุมชนบ้านจุฬาภรณ์ 12 อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
อีกสีสันของการมาเยือนบ้านจุฬาภรณ์ 12 คืออาหารพื้นถิ่นที่ชาวบ้านจัดไว้ต้อนรับคณะ ทั้ง ซุปไก่คอมมิวนิสต์ ซุปถั่วลิสง ผักงือแปผัดไข่ ไข่เจียว ปลาคลองทอด และน้ำพริกผักลวก โดยเฉพาะ “ซุปไก่คอมมิวนิสต์” ที่ชื่อสะดุดหูและได้รับความสนใจจากคณะสื่อมวลชนไม่น้อย
นอกจากเรื่องราวของบ้านจุฬาภรณ์ 12 แล้ว สุคิรินยังมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับ เหมืองทองคำโต๊ะโมะ ซึ่งในอดีตเคยมีผู้คนจากหลายพื้นที่เดินทางเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐาน แม้กิจการเหมืองทองจะยุติลงแล้ว แต่การร่อนทองตามลำน้ำยังคงเป็นอาชีพของชาวบ้านบางส่วนมาจนถึงปัจจุบัน และชุมชนได้นำวิถีร่อนทองมาจัดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้และทดลองร่อนทองด้วยตัวเอง
ที่ ต้นน้ำสายบุรี คณะสื่อมวลชนได้ร่วมทดลองร่อนทอง โดยมีชาวบ้านในพื้นที่คอยเป็นพี่เลี้ยง แนะนำวิธีตั้งแต่การตักทรายและกรวดจากลำน้ำใส่ถาด แล้วค่อย ๆ ร่อนในน้ำเพื่อแยกทรายและกรวดออก ก่อนมองหาเกล็ดทองที่ปะปนอยู่ จากวิถีอาชีพของชาวบ้าน การร่อนทองในวันนี้ยังถูกนำมาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว ให้ผู้มาเยือนได้ทดลองและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน สายน้ำสายบุรี ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีเส้นทางล่องแก่งผ่านผืนป่าสองฝั่งลำน้ำ ทำให้สุคิรินมีทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน และกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย
การนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโอกาสให้สื่อส่วนกลางได้รับข้อมูลและเห็นสภาพพื้นที่จริง เพื่อนำเรื่องราวของจังหวัดชายแดนภาคใต้ในด้านการพัฒนา วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวไป สู่การรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น


