“อภิสิทธิ์” ฟันธง 14 ก.ย. ปม “ฮั้ว สว.” ไม่จบแน่ เหตุยังมีข้อมูลจาก DSI และข้อเท็จจริงอีกมาก แต่กกต.ไม่ยอมรับ ลั่นหากพยายามทำเรื่องให้จบทั้งที่มี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ฝ่ายค้านพร้อมใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินการ
วันที่ 29 ส.ค. ในช่วงที่สองของเวทีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี “ฮั้ว สว.” และแนวทางหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาว่า กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินคดี แต่ทำหน้าที่คล้ายการไต่สวนมูลฟ้อง หากมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการกระทำผิด ก็ควรส่งให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มี 2 เรื่องที่เป็นบททดสอบสำคัญว่ากลไกตรวจสอบจะสามารถตรวจสอบทุกคนได้จริงหรือไม่ เรื่องแรกคือกรณีขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ที่พิจารณาคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีซุกหุ้น ไปยังศาลฎีกา ซึ่งผ่านมากว่า 83 วันแล้ว โดยประธานรัฐสภาชี้แจงว่าได้ตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องดังกล่าว
ส่วนกรณี “ฮั้ว สว.” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีความหวั่นไหวกับกระแสข่าวที่ว่ามีการ “เลี้ยงฉลองล่วงหน้า” โดยเชื่อว่าวันที่ 14 ก.ย. จะรอดพ้นกันทั้งหมด พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการพิจารณาคำว่า “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ของ กกต.
นายอภิสิทธิ์ยกคำพูดของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เคยเตือนผู้สมัครก่อนการเลือก สว. ถึงอันตรายของการฮั้ว พร้อมอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาหลายกรณีในปี 2568 ซึ่ง แม้เพียงมีบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน LINE ในลักษณะแลกเปลี่ยนคะแนน หรือมีการแลกคะแนนกัน ก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.
นายอภิสิทธิ์จึงตั้งคำถามว่า เมื่อ กกต.เคยมีบรรทัดฐานและส่งคดีไปถึงศาลจนศาลวินิจฉัยว่ามีความผิด เหตุใดกรณีที่มีพฤติการณ์หนักและถูกกล่าวหาว่าเป็นขบวนการ จึงจะไม่ถูกส่งให้ศาลพิจารณา
“ถ้าใครคิดว่าวันที่14 จบไม่จบหรอกครับ ถ้ากกต.จะพยายามทำให้เรื่องนี้หายไปแล้วบอกว่าจบ มันยังมีข้อมูลอีกเยอะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ และส่งให้ กกต. แต่ กกต.ไม่รับ และจะมีข้อเท็จจริงอื่นๆที่ปรากฏมาในภายหลัง อีกมากมาย ซึ่งกกต. จะกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการที่ท่านจะต้องใช้ดุลพินิจเพียงแค่หา“หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ต่อให้ท่านบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว สำหรับตัวท่าน เรื่องของท่านไม่จบแน่ เพราะถ้าท่านจะส่งแค่กรณีที่เคยเห็นได้ชัดว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อ เราก็ต้องดำเนินการกับท่านตามสิทธิ์ที่ทางกฎหมาย“
ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์สนับสนุนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แต่เตือนให้ระวังการเกิด “ฮั้ว สสร.” ซึ่งอาจลึกและรุนแรงกว่า “ฮั้ว สว.” หากมีการเข้าไปเขียนกติกาใหม่เพื่อรับรองโครงสร้างอำนาจที่เป็นอยู่
นายอภิสิทธิ์เสนอว่า ระหว่างเดินหน้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราควบคู่กัน โดยเฉพาะเรื่องวุฒิสภาและองค์กรอิสระ พร้อมดึงภาคสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อปรับระบบตรวจสอบให้สามารถตรวจสอบผู้ใช้อำนาจได้อย่างแท้จริง


