xs
xsm
sm
md
lg

ครบ 100 วัน! “เท้ง” เปิดศึก “ระบอบน้ำเงิน” ชี้ฮั้ว สว.จุดเริ่มกินรวบประเทศ บี้ กกต.ส่งสำนวนศาลฎีกา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ณัฐพงษ์” เปิดหัวเวทีผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ครบ 100 วันเปิดโปง “ระบอบน้ำเงิน” ชี้ปมฮั้ว สว.คือจุดเริ่มต้นการกินรวบอำนาจทั่วประเทศ ตั้งคำถาม กกต. 4 ใน 7 คน ผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ สว.ชุดปัจจุบัน จะกล้าฟันขบวนการหรือไม่ ลั่นต้องทำ “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้” บี้ กกต.ส่งสำนวนถึงศาลฎีกา

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ”


นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดเวที โดยชูประเด็นตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมระบุว่า วันนี้ตรงกับวาระครบ 100 วัน นับตั้งแต่ที่ตนออกมาชี้ให้สังคมเห็นถึงสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน”
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากพูดถึง “ระบอบสีน้ำเงิน” ก็มีลักษณะไม่ต่างจากระบอบอำนาจนิยม เพราะประชาธิปไตยต้องมีการถ่วงดุล ตรวจสอบ และยึดโยงกับประชาชน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ องค์กรอิสระมีที่มาจากกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ สว. ขณะที่การได้มาของ สว.ชุดปัจจุบันเองกำลังเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการจัดตั้งและฮั้วเลือก สว. รวมถึงถูกตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองแกนนำรัฐบาล

ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า ภาพดังกล่าวทำให้เห็นมาตั้งแต่ต้นว่า “ระบอบสีน้ำเงินกำลังกินรวบทั่วประเทศ” พร้อมอ้างถึงการแสดงความคิดเห็นของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง บนเวทีผู้นำฝ่ายค้านก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการโกงหรือฮั้ว สว. อาจเป็น “จุดเริ่มต้นของการกินรวบประเทศ”


นายณัฐพงษ์ ยังชี้ว่า การที่อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมเวที ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทุกฝ่ายควรร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย มีการตรวจสอบถ่วงดุล และไม่ปล่อยให้อำนาจตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบุคคลบางกลุ่ม

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ยังหยิบข้อวิเคราะห์ที่มองว่า การเอาผิดขบวนการฮั้ว สว.อาจเป็นเรื่องยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ขึ้นมาตั้งคำถาม โดยระบุว่า กกต.ชุดปัจจุบัน 4 ใน 7 คน ผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ สว.ชุดปัจจุบัน ขณะที่หลายคนอยู่ในสำนวนที่จะถูกพิจารณาสั่งฟ้อง จึงเกิดคำถามสำคัญถึงความเชื่อมั่นและปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในการใช้อำนาจตรวจสอบ
“จะคาดหวังได้อย่างไรกับการใช้อำนาจ บอกว่ามันมีมูลนะ บอกได้ว่ามีการโกง สว.นะ จากคนที่ถูกเลือกเข้ามา เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนตรงๆ หลายๆ คนจึงบอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” นายณัฐพงษ์ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่า ภารกิจทางการเมืองคือการผลักดันสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่สามารถปฏิเสธได้ พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างแรงกดดันทางสังคมต่อกระบวนการตรวจสอบคดีฮั้ว สว.

“ผมเชื่อว่านักการเมืองหลายๆ คน รวมถึงตัวผมเอง เราเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ การทำงานการเมืองคือการที่ต้องผลักดันสังคมไปข้างหน้า” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่า หน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่การชี้ขาดว่าใครถูกหรือผิด โดยเห็นว่าหากถึงขั้นมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตในการเลือก สว.เกิดขึ้น กกต.ก็ควรส่งสำนวนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา พร้อมระบุว่า เมื่อการพิจารณาของ กกต.เลื่อนไปเป็นวันที่ 14 กันยายน จึงเป็นโอกาสที่จะใช้เวทีสาธารณะผลักดันให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าต่อ

“เรากำลังทำให้สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้มากยิ่งขึ้น” ผู้นำฝ่ายค้านระบุ