รัฐบาลเผยการลงทุนจริงโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ครึ่งปี 69 เพิ่มขึ้น 27% มูลค่าแตะ 5.35 แสนล้าน สร้างงานคนไทยกว่า 6.3 แสนตำแหน่ง
วันนี้ (29 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามผลการส่งเสริมการลงทุนโดยให้ความสำคัญกับเม็ดเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงและประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีเงินลงทุนจริงกว่า 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเฉพาะไตรมาส 2 มีเงินลงทุนจริงมากกว่า 250,000 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมสร้างการจ้างงานคนไทยแล้วกว่า 630,000 ตำแหน่ง โดยมากกว่าร้อยละ 60 เป็นการจ้างงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ ดิจิตัล ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์
ในจำนวนเงินลงทุนดังกล่าว เป็นเงินลงทุนจริงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับ AI และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงกว่า 127,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยสัญญาณแสง แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PCB ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ความจุสูง AI Server อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนการต่อยอดฐานการผลิตเดิมของไทยไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุน แต่ต้องทำให้การลงทุนใหม่สร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน โดย BOI จะขับเคลื่อน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การยกระดับภาคการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด รวมถึงการเชื่อมโยงการลงทุนกับการพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา
“ตัวเลขกว่า 535,800 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ใช่เพียงยอดคำขอรับการส่งเสริม และสิ่งสำคัญคือการลงทุนเหล่านี้ต้องสร้างประโยชน์กลับมาสู่คนไทย ทั้งการจ้างงานกว่า 630,000 ตำแหน่ง การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งมีสัดส่วนการจ้างงานมากกว่าร้อยละ 60 ของการจ้างงานดังกล่าว” นางสาวลลิดา กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า BOI จะเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ AI และยานยนต์แห่งอนาคต พร้อมนำข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันวิจัยมาประกอบการพัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้การลงทุนจากต่างประเทศเชื่อมโยงกับฐานการผลิตในประเทศ เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และช่วยยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
“รัฐบาลจะติดตามผลการลงทุนไม่เฉพาะมูลค่าเงินลงทุน แต่รวมถึงการจ้างงานคนไทย การใช้ซัพพลายเออร์ในประเทศ การพัฒนาทักษะบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนใหม่สร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว


