“พล.ท. อดุลย์” ฝากโจทย์ผู้นำวปอ.รุ่น3 อย่ามองแค่ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องคิดไกล-ยึดประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดันเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถไทย พร้อมขับเคลื่อน “5 พลัง” ทำงานเป็นระบบเดียว สู่อนาคตประเทศที่แข็งแกร่ง
วันนี้ (28 ส.ค. 2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานรับฟังการแถลงผลการศึกษาของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 ภายใต้แนวคิด “THAIs : From Thai Wisdoms to Thai Vision” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กรุงเทพฯ
ภายในงานมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตลอดจนผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม โดยมี พล.ท.อรรคเดช ประทีปอุษานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กล่าวรายงาน
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะตัวแทนนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 พร้อมคณะ นำเสนอ “THAIs Roadmap” กรอบ 5 ขีดความสามารถของชาติที่ประเทศไทยต้องเร่งสร้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและกำหนดทิศทางประเทศในอีก 15 ปีข้างหน้า ท่ามกลางบริบทที่เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความมั่นคงเชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงภัยคุกคามยุคใหม่ในลักษณะ “4 ร.” คือ รวดเร็ว รุนแรง ไร้พรมแดน และไร้สัญญาณเตือน
หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการพัฒนา “THAIs Corpus” ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมองค์ความรู้จากผลงานวิชาการ 230 ฉบับของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ครอบคลุมยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล งานวิจัย และประสบการณ์เชิงปฏิบัติการ ก่อนนำ AI มาช่วยวิเคราะห์รูปแบบและความเชื่อมโยงเชิงลึก เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหาประเทศอย่างรอบด้าน โดยย้ำว่า AI ไม่ได้ทำหน้าที่คิดนโยบายแทนมนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือช่วยสังเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ผลการศึกษานำไปสู่แนวคิด “Five Forces, One Future — ห้าพลัง แต่มีอนาคตเดียวกัน” ประกอบด้วย 5 ขีดความสามารถหลัก ได้แก่
T - Technology (เทคโนโลยี): เลือก · แข่ง · ดัน
H - Human (ทุนมนุษย์): ซ่อม · ต่อ · ส่ง
A - Accessibility & Assets (พลังงานและทรัพยากร): หา · ใช้ · กัน
I - Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน): เชื่อม · ลอง · ขยาย
S - Security & Resilience (ความมั่นคงและภูมิคุ้มกัน): รู้ก่อน · ยืนเอง · เชื่อกัน
ภายหลังรับฟังผลการศึกษา พล.ท.อดุลย์ เน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีภายใต้กรอบ “THAIs” ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตร พร้อมระบุว่า ผู้นำต้องไม่มองเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทุกการตัดสินใจต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว และตั้งคำถามอยู่เสมอว่าจะนำเครื่องมือหรือทรัพยากรที่มีมาต่อยอดให้ประเทศไทยดีขึ้นได้อย่างไร
“นี่คือวิธีคิดของผู้นำ แม้คนทำงานจะมาจากหน่วยงานที่มีภารกิจหรือต้นสังกัดต่างกัน แต่จุดร่วมเดียวที่เราต้องมีคือการยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่าจะนำเทคโนโลยีมาเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศได้อย่างไร ผู้นำในอนาคตจะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเปลี่ยนความรู้ที่มีให้กลายเป็นขีดความสามารถที่แท้จริงของประเทศ” พล.ท.อดุลย์ กล่าว


