xs
xsm
sm
md
lg

กสม.ร่วมภาคีเครือข่ายประกาศเจตนารมณ์หยุดเลือกปฏิบัติ ต้านทุจริต เพื่อสิทธิเท่าเทียม งานสมัชชาสิทธิฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กสม. ร่วมภาคีเครือข่ายประกาศเจตนารมณ์หยุดการเลือกปฏิบัติ และต้านการทุจริต เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียม ในงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569

วันนี้ (28 ส.ค.)  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดงาน “สมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569”    ภายใต้แนวคิด “Human Rights in Action : Equality for all หยุดเลือกปฏิบัติ หยุดทุจริต เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม”

นางสาวพรประไพ  กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงานว่า กสม. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดสมัชชาสิทธิมนุษยชน   ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 โดยสมัชชาฯ ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการรับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประมวลสถานการณ์ และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามให้เกิดผลในทางปฏิบัติ   โดยข้อมติของสมัชชาฯ ในปีที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าในหลายประเด็น ทั้งประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชนกับปัญญาประดิษฐ์ และสิทธิแรงงาน 

สำหรับปี 2569 สมัชชาสิทธิมนุษยชนได้ร่วมกันขับเคลื่อน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขจัดการเลือกปฏิบัติ และทุจริตกับสิทธิมนุษยชน เพราะการเลือกปฏิบัติทำให้คนบางกลุ่มเข้าไม่ถึงสิทธิและโอกาส ขณะที่การทุจริตทำให้ทรัพยากรและบริการที่ควรเป็นของประชาชนถูกจัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม พรากสิทธิของประชาชน และเมื่อสองปัญหานี้เกิดขึ้นพร้อมกันก็ยิ่งซ้ำเติมความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องไม่เพียงถามว่าใครทำผิด แต่ต้องถามต่อว่าระบบใดทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้นและจะแก้ไขได้อย่างไร 

จากนั้นนางสาวสฤณี  อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด   กล่าวปาฐกถาพิเศษโดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของ “การยึดรัฐ” ที่มิใช่เพียงเป็นการทุจริตคอรัปชันในรูปแบบเดิม ๆ อย่างการติดสินบนหรือโกงกินงบประมาณ    แต่หมายถึงกระบวนการที่กลุ่มผลประโยชน์สามารถเข้าไปมีอิทธิพลชี้นำการออกกฎหมายหรือนโยบายให้เบี่ยงเบนออกจากประโยชน์สาธารณะและนำผลประโยชน์เข้ากระเป๋ากลุ่มตน ดังนั้นแม้จะการยึดรัฐจะเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย    แต่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะและการคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเป็นธรรม  เช่น ค่าไฟฟ้า ที่ผู้มีรายได้น้อยต้องจ่ายภาษีค่าไฟในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้มีรายได้มาก   ทั้งประชาชนยังต้องจ่ายค่าไฟให้แก่โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิต การควบรวมกิจการโทรคมนาคมของสองบริษัทใหญ่ที่ทำให้ประชาชนไม่มีตัวเลือกในบริการสาธารณะที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ใช้ระบบเติมเงินซึ่งมีราคาแพงกว่าระบบรายเดือน หรือการแก้ไขร่างกฎหมายบางฉบับที่กลุ่มเอกชนผู้มีส่วนได้เสียเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เป็นคุณกับตัวเอง เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่น่ากังวลคือองค์กรภาคประชาสังคมหรือผู้ที่พยายามเปิดโปงการยึดรัฐมักถูกฟ้องปิดปาก ขณะที่กระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายก็อาจถูกยึดได้โดยกลุ่มผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ส่วนตัว สำหรับแนวทางที่ควรร่วมกันดำเนินต่อไปคือ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สร้างหลักประกันว่าองค์กรอิสระต่าง ๆ ต้องเป็นอิสระจากกลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มการเมือง    ขณะที่สื่อมวลชนหรือประชาชนที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการถูกฟ้องปิดปาก     และควรมีการแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้าไม่ให้มีการผูกขาดพร้อมทั้งกำหนดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไว้ในแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญ การป้องกันการยึดรัฐต้องอาศัยความกล้าหาญทางจริยธรรมของทุกภาคส่วน ความซื่อตรงในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และพลังการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบจากภาคประชาชนเป็นสำคัญ