“เทพไท” แนะจับตา กกต.เคาะปลายเดือน ส.ค. กาง 3 ทางเลือกคดีฮั้ว สว.ชี้ ทางออกดีที่สุดคือส่งสำนวนให้ศาลตัดสิน แต่เชื่อ กกต.อาจเลือก “ตัดจบ” ไม่ฟ้องทั้งหมด
นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงความเคลื่อนไหวคดีที่ถูกเรียกว่า “ฮั้ว สว.” หรือ “โกง สว.” ว่า ขณะนี้สถานการณ์กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังมีความเคลื่อนไหวจากหลายฝ่าย ทั้งการจัดเวทีเสวนา เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน คลิปเสียง และพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งดำเนินการกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้อง
นายเทพไท ระบุว่า ความคืบหน้าของ กกต.มีความชัดเจนมากขึ้น และคาดว่า ช่วงปลายเดือนสิงหาคมจะได้ข้อสรุปว่า กกต.จะมีมติในคดีดังกล่าวอย่างไร โดยในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ มองว่า กกต.มีทางเลือกในการตัดสินใจอยู่ 3 แนวทาง
นายเทพไทมองว่า กกต.อาจมีมติไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด โดยตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของ กกต.บางส่วนซึ่งผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบจากวุฒิสภา และเชื่อมโยงไปถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “ส.ว.สีน้ำเงิน”
พร้อมอ้างถึงกระบวนการพิจารณาภายใน กกต. โดยระบุว่า อนุกรรมการชุดที่ 26 เคยมีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 229 คน ขณะที่ต่อมามีอนุกรรมการชุดที่ 36 เข้ามากลั่นกรอง และมีความเห็นว่าคดีไม่มีมูล ซึ่งนายเทพไทมองว่าอาจกลายเป็นเหตุผลที่ กกต.นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจไม่ส่งฟ้อง
นายเทพไท ตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นไปตามแนวทางดังกล่าว ก็อาจถูกมองว่าเป็นการ “ตัดจบ” คดีไม่ให้สาวไปถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการหรือผู้บงการทางการเมือง
นายเทพไท มองว่า นี่อาจเป็นทางเลือกแบบ “พบกันครึ่งทาง” ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคม โดย กกต.อาจส่งผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขณะที่ยกคำร้องบุคคลอีกส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าแนวทางนี้อาจนำไปสู่ข้อถกเถียงตามมา โดยเฉพาะหากมีการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลและพยานหลักฐานในการสอบสวน และเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดบุคคลบางรายจึงถูกส่งดำเนินคดี ขณะที่บางรายไม่ถูกดำเนินการ
นายเทพไทเห็นว่า หากการใช้ดุลพินิจดังกล่าวถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานของพยานหลักฐาน ก็อาจนำไปสู่การร้องเรียนตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ต่อไป
นายเทพไท ระบุว่า แนวทางนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับ กกต. คือ ส่งสำนวนและผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายฮั้วหรือทุจริตในการเลือก ส.ว.หรือไม่
เขามองว่า วิธีดังกล่าวจะทำให้ กกต.ไม่ต้องเป็นผู้แบกรับ “เผือกร้อน” ทางการเมืองไว้เอง และให้กระบวนการศาลเป็นผู้ชี้ขาดข้อกล่าวหาทั้งหมด ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับผลคำพิพากษา
อย่างไรก็ตาม นายเทพไท แสดงความเห็นส่วนตัวว่า แม้แนวทางที่ 3 จะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด แต่เขาไม่เชื่อว่า กกต.ชุดปัจจุบันจะเลือกแนวทางดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองและกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งของ กกต. พร้อมคาดการณ์ว่า สุดท้ายอาจมีการตัดสินใจไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด
“เพราะฉะนั้นอยากให้สังคมจับตาดูว่า คำวินิจฉัยหรือมติของ กกต.ชุดนี้ ที่จะออกมาปลายเดือนสิงหาคมนี้ ผลจะออกมาในแนวทางใด” นายเทพไท กล่าว


