xs
xsm
sm
md
lg

ศจย. ห่วงเด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง 4.2 แสนคน ชี้แพ้เกมการตลาด 4P กม.อ่อนแอ แฉร้านค้าผุดแน่นแซงอเมริกา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองผอ.ศจย.เผยสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้ารุกกลุ่มเยาวชนหนัก เจ้าของธุรกิจปรับกลยุทธ์เจาะนักสูบหน้าใหม่ทั้งลด แลก แจก แถม-ขายออนไลน์-สร้างภาพปลอดภัย ซ้ำพบผู้ปกครองสูบทำเด็กเสี่ยงตาม2.5เท่า ขณะที่เด็ก 46% ยังรับรู้พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในระดับต่ำ
วันนี้(26 ส.ค.)ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและการจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวบนเวทีเสวนา Youth @Risk @Change ในงานประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ถึงสถานการณ์เด็กในประเทศไทย อายุระหว่าง 13-15 ปี สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการสํารวจสุขภาพประชาชนประชากรไทย โดยการตรวจร่างกายเปรียบเทียบตั้งแต่ 2547 พบว่า แนวโน้มการสูบยาสูบลดลงในทุกช่วงอายุ ยกเว้นวัย 15-19 ปี

ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา ยังชี้ว่า นับตั้งแต่บุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย เมื่อปี 2557 ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คือ ปี 2567 มีการพบกลุ่มคนช่วงอายุ 15-29 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้ามากถึง 420,000 คน และวิเคราะห์ว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะประเทศไทยพ่ายแพ้การตลาดยุคใหม่ 4P ที่ทำการตลาดได้ดีกว่าการรณรงค์และป้องกัน เริ่มจาก 1.product เพื่อความอยู่รอด ธุรกิจยาสูบได้ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เป็น 'บุหรี่ไฟฟ้า' ที่พกพาสะดวกขึ้น พร้อมเบนเป้าหมายไปที่ 'นักสูบหน้าใหม่' เพื่อทดแทนผู้สูบเดิมที่ลดลง โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาดึงดูดกลุ่มผู้หญิง ด้วยการเชื่อมโยงการสูบบุหรี่เข้ากับภาพลักษณ์ความเท่าเทียมและคนเก่ง “ถ้าผู้ชายทำได้ผู้หญิงก็ทำได้ ฉันเป็นผู้หญิงเก่ง”

2.Price ขณะนี้มีการลด แลก แจกแถม มีชิงทอง มีสูบก่อนผ่อนทีหลัง 3.place ทุกหนทุกแห่ง คือก่อนหน้านี้เป็นออนไซด์มาก เมื่อมีการปราบปราม มีการเปลี่ยนวิธี ออนไซด์หาซื้อไม่มีในเวลาทั่วไป แต่จะมาแฝงในห้องสมุด ในที่ชุมนุมของเด็ก ในสนามกีฬา แอบมาขายแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นออนไลน์ ตอนนี้การซื้อบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ 80-90% 4.Promote สร้างวาทกรรมหลอกลวง ว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยมันเป็นแค่ไอน้ำ หอมมันเท่ ทำให้สิ่งที่ผิดปกติเป็นสิ่งปกติ


ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา ยังอธิบายถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการสูบบุหรี่ไฟอีกว่า แยกเป็น ปัจจัยระดับบุคคล คือ เด็ก 46% รับรู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในระดับต่ำ

“เราพบว่าเด็กมัธยมมากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ โดยเฉพาะมัธยมต้นเสี่ยงมากกว่ามัธยมปลาย 15 เท่า หลงเชื่อวาทะกรรมการตลาด ว่า กลิ่นหอมดูเท่ ไม่อันตราย หรืออันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ช่วยให้เลิกบุหรี่มวน บ่งบอกรสนิยมดี ทันสมัย ต้องสูบตามเพื่อน”

ส่วนประเด็นเรื่องของความเครียดที่เด็กต้องการหาทางออกนั้น รองผอ.ศจย. มองว่า บุหรี่ไฟฟ้าอาจจะช่วยผ่อนคลายความเครียดชั่วคราว เลยหันไปพึ่งบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้เราพบว่า เด็กที่ใช้สื่อโซเชียลจะมีการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าเด็กที่ไม่ใช้สื่อโซเชียล จุดนี้เองที่ธุรกิจยาสูบพยายามพุ่งเป้ามาที่เด็กและเยาวชน


นอกจากนี้ ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา วิเคราะห์ด้วยว่าเด็กและเยาวชน เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นอายุระหว่าง 12-15 ปี สมองส่วน Reward system ทำงานแรงขึ้น โดยเฉพาะ Nucleus Accumbens / Ventral Striatum /Dopamine Circuit ขณะที่ Prefrontal Cortex ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กจึงเกิดความอยากลองมากขึ้น แต่ควบคุมต้นเองได้น้อยกว่า จึงชอบเสี่ยง ชอบทดลอง และเลียนแบบเพื่อน นี่คือเหตุผลที่วัยรุ่นสูบบุหรี่ไฟฟ้า เด็กเรียนรู้เร็วกว่าผู้ใหญ่ เด็กจึงเสพติดได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ แล้วบุหรี่ไฟฟ้า สารพิษยังไปทำลายสมอง ทำให้ฟังก์ชัน การเรียนรู้ การควบคุม อารมณ์แย่ลง ปัจจัยต่อมาคือ ระดับชุมชนและสังคม เช่น กฎหมายไม่เข้มงวดมากพอ เด็กพบเห็นโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ 58%และมีโอกาสทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.6 เท่า อีกทั้ง เด็กยังสามารถเข้าถึงหรือสั่งซื้อได้ง่าย เช่น ทางอินเตอร์เน็ต 66.7% และซื้อจากแหล่งขายในชุมชน 14% เพราะมีร้านขายใกล้บ้าน หรือได้มาจากเพื่อน

“ ยิ่งมีร้านขายบุหรี่มาก เยาวชนยิ่งติดบุหรี่มาก ที่น่าตกใจคือ ประเทศไทยมีจำนวนร้านขายบุหรี่ จำนวน 480,000 ราย มากกว่าสหรัฐอเมริกา ที่มี 380,000 ราย ขณะที่ประเทศในอาเซียนอย่างสิงคโปร์ มีเพียง 4,000 รายเท่านั้น ต่อมา คือ กฎหมายไม่เข้มงวด”

นอกจากนี้ยังเห็นว่าปัจจัยในครอบครัวมีความสำคัญ หากคนในบ้านสูบบุหรี่ หรือพ่อสูบเด็กก็จะเอาเป็นแบบอย่าง หรือหากมองลึกไปกว่านั้น คือ ครอบครัวแตกแยกเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ความสัมพันธ์ไม่อบอุ่น การควบคุมดูแลจากคนในครอบครัวต่ำ เราพบนักเรียนที่มีผู้ปกครองใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ส่วนนักเรียนที่ได้รับการควบคุมดูแลเป็นประจำมีโอกาสทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง 20%