xs
xsm
sm
md
lg

“ชวน” ย้ำ ค้านกู้ 4 แสน ล. 4 เดือนผ่าน สะท้อนด่วนไม่จริง ฝากศาล รธน.อย่าให้การเมืองแทรกแซง หรือ “หนี้บุญคุณ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ชวน” ย้ำจุดยืนค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ เวลาผ่านเกือบ 4 เดือน สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนไม่จริง ฝากตุลาการศาล รธน.เป็นหลักบ้านเมือง อย่าให้การเมืองแทรกแซง หรือ “หนี้บุญคุณ” กระทบคำวินิจฉัย

วันนี้ (26 ส.ค.) นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายระหว่างที่ประชุมสภาพิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ตนเป็นหนึ่งใน สส. 133 คน ที่ร่วมเข้าชื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภา เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยแม้เห็นว่า พ.ร.ก.มีประโยชน์ แต่เห็นว่าไม่ได้อยู่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

นายชวน กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9 เสียง ว่า การกู้เงินตามมาตรา 5 (1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ เข้าเงื่อนไขมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ขณะที่มาตรา 5 (2) ซึ่งเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ มีมติ 7 ต่อ 2 เสียง โดย ตุลาการ 2 คน เห็นว่า ไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว

นายชวน ระบุว่า เคารพดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน และต้องการให้ศาลเป็นหลักของบ้านเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างของศาลรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนแปลงไป และเตือนว่าไม่ควรปล่อยให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการใช้อำนาจตุลาการ

“แม้โครงสร้างเริ่มเปลี่ยนด้วยการเมืองเข้าไปแทรกแซง แต่หวังว่า ทั้ง 9 ท่าน จะเป็นหลักของบ้านเมือง แม้จะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ แต่อย่าเอาหนี้บุญคุณนี้มาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า หัวใจของการปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ การแบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ โดยแต่ละฝ่ายต้องใช้อำนาจภายในขอบเขตของตนและไม่แทรกแซงกัน ส่วนการออก พ.ร.ก.ตามมาตรา 172 เป็นข้อยกเว้นจากกระบวนการออกกฎหมายตามปกติ จึงต้องมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้อย่างแท้จริง

นายชวน เห็นว่า นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวจนถึงขณะนี้เวลาผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้ว จึงสะท้อนว่าความจำเป็นเร่งด่วนตามที่รัฐบาลอ้างอาจไม่เป็นจริง พร้อมย้ำว่า รัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่ควรกลัวกระบวนการตรวจสอบของสภา แต่ควรเข้ามาชี้แจงและดำเนินการตามกระบวนการนิติบัญญัติตามปกติ

ช่วงท้าย นายชวน ยกหลักการแบ่งแยกอำนาจมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า การไม่ยึดหลักและการก้าวล่วงอำนาจตุลาการอาจนำไปสู่ความเสียหาย พร้อมชี้ว่า ความรุนแรงที่ยืดเยื้อได้สร้างความสูญเสียแล้วกว่า 7,000 คน