xs
xsm
sm
md
lg

“อาสพลธ์” แฉพฤติกรรมวิ่งเต้นสอบท้องถิ่น 5-7 แสน แลกบรรจุไว จี้ DSI เช็กบิลขบวนการ แนะ 6 ช่องทาง ชี้เบาะแส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปธ.กมธ.ป.ป.ช. แฉพฤติกรรมวิ่งเต้นสอบท้องถิ่น 5-7 แสนบาท แลกบรรจุไว จี้ DSI ลุยเช็กบิลขบวนการโกงสอบ พร้อมแนะ 6 ช่องทางการติดต่อแจ้งเบาะแส 
วันนี้ (26 ส.ค.) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในรายการ “สถานีประชาชน #ทุกข์ปัญหามีทางออก” ทางสถานีไทยพีบีเอส เกี่ยวกับคดี “โกงสอบท้องถิ่น” โดยได้ไล่ไทม์ไลน์และผู้รับจ้างการจัดสอบ (ปี 2560-2564)  ปี 2560 ครั้งที่ 1 ผู้รับจ้างคือ มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 2562 ครั้งที่ 2 ผู้รับจ้าง คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2564 ครั้งที่ 3 ผู้รับจ้าง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา จะเห็นว่า มีระยะห่างของการจัดสอบจะเว้นช่วงทุกๆ 2 ปี โดยการคัดเลือกผู้รับจ้างในแต่ละครั้งใช้วิธีการ คัดเลือก ไม่ใช่การประมูลแบบ E-Bidding 

ต่อมาในปี 2560 มหาวิทยาลัยบูรพา ชนะการคัดเลือกด้วยการเสนอราคาต่ำกว่าผู้เทียบแข่งขันเพียง 25 สตางค์ต่อผู้สอบ 1 คน ส่วนในปี 2562 และ 2564 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้รับจ้างตามลำดับ ทั้งนี้ ความตั้งใจเดิมในปี 2566 มีความตั้งใจจะจัดสอบบรรจุอีกครั้ง แต่กลับเกิดปัญหาการร้องเรียนและพบการกระทำผิดจริง หลังจากจัดสอบแข่งขันปี 2564 เสร็จสิ้น ทาง ป.ป.ช. ได้ดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3 คดี 

ประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าวว่า มีการฟ้องร้องและออกเลขคดีเรียบร้อย โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นอดีตปลัด อบจ.นครราชสีมา ซึ่งเป็น ก กลาง ชุดเดียวกับอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลที่ถูกจับกุม และรองปลัด อบจ.นครราชสีมา ในคดีหมายเลข 2401, 2402 และ 2405/2565 การสอบในปี 2564 ก็ยังคงปรากฏการทุจริต ไม่ใช่ว่าไม่มี ซึ่งนำไปสู่การร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทยกับรมว.มหาดไทยในวันที่ 5 มกราคม 2567 จนนำมาสู่การทำ MOU ร่วมกันในวันที่ 21 มกราคม 2567 
ความเสี่ยงใน TOR ปี 2566/2567 หากไม่มีการแก้ไขปรับปรุง TOR ของปี 2566 กรณีที่มีแผนจะจัดสอบ TOR จะถูกใช้ในรูปแบบเดิมกับปี 2564 ที่เคยมีปัญหาทุจริต หากยังคงใช้กระบวนการและ TOR เดิมในการจัดสอบ โดยไม่มีมาตรการแก้ไขป้องกันที่รัดกุม ความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตซ้ำรอยเดิมในการสอบบรรจุย่อมมีสูง เนื่องจากกระบวนการร้องเรียนและการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบยังคงเป็นปัญหาที่พบเจอในพื้นที่ 

“สำหรับมูลเหตุจูงใจและพฤติกรรมการวิ่งเต้น ความคุ้มค่าในมุมมองของผู้จ่ายเงิน มีข้อมูลจากกรรมาธิการ ป.ป.ท. ระบุว่า นายหน้ามักโน้มน้าวผู้สมัครว่า หากจ่ายเงิน 500,000-700,000 บาท เพื่อแลกกับการรับราชการท้องถิ่นทำงาน 25 ปี จะคุ้มค่าเหมือนซื้อประกันชีวิตและได้รับสวัสดิการดูแลครอบครัว (พ่อแม่ คู่สมรส และบุตร) กลุ่มผู้ทุจริตในปี 68 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่สอบตกแต่ไปจ่ายเงินเพื่อให้แก้คะแนนให้สอบผ่าน และกลุ่มที่สอบผ่านแต่คะแนนน้อย จึงต้องจ่ายเงินเพื่อให้แก้ไขคะแนนให้สูงขึ้น จะได้ได้รับการบรรจุในรอบที่ 1, 2 หรือ 3 โดยไม่ต้องรอขึ้นบัญชีสำรอง” นายอาสพลธ์ กล่าว 

แนวทางแก้ไขและการป้องกันในอนาคต การโอนอำนาจให้ ก.พ. จัดสอบ อยู่ระหว่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อมอบอำนาจให้ ก.พ. เป็นผู้จัดสอบ (เฉพาะภาค ก.) ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพข้อสอบและลดปัญหาการทุจริตลงได้ ข้อจำกัดของ ก.พ. แม้ ก.พ. จะจัดสอบได้เฉพาะภาค ก. ของข้าราชการพลเรือน แต่แนวทางนี้จะช่วยคัดกรองบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาสู่ระบบได้ดีขึ้น 

ประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าวว่า ฝากให้หน่วยงานตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ช่วยตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 60, 62, 64 จนถึงปี 68 แม้จะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขในอดีตได้ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องตรวจสอบความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่และผู้รับจ้างจากมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเด็นเงินสนับสนุน/งบประมาณ ในการจัดสอบหลักพันล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบกระบวนการจัดจ้างและความโปร่งใสในทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด 

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากการศึกษาดูงานทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีการถูกหลอกลวง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ระบุว่า กรณีที่มีการจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ปรากฏรายชื่อประกาศผลสอบ อาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งทาง DSI ยินดีรับผิดชอบดูแลในเรื่องนี้ ส่วนช่องทางการติดต่อและร้องเรียน DSI มีทั้งหมด 6 ช่องทางหลักเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้สะดวกยิ่งขึ้น ได้แก่ 1. เดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2. ส่งเอกสารผ่านทางไปรษณีย์ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ 3. โทรศัพท์ผ่านสายด่วนหมายเลข 1202 (โทรฟรีทั่วไทย) 4. ติดต่อผ่านเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการของ DSI (dsi.go.th) 5. ช่องทางออนไลน์ผ่าน Facebook ของหน่วยงาน และ 6. ช่องทางติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Line