xs
xsm
sm
md
lg

“มาร์ค” ยก 4 เหตุค้านกู้ 4 แสนล้าน ฟันธงไม่ดัน ศก.เพิ่มความเสี่ยงประเทศ ไร้ยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อภิสิทธิ์” อภิปรายยก 4 เหตุผล ค้าน พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ฟันธงไม่ดันเศรษฐกิจ ซ้ำเพิ่มความเสี่ยงประเทศ แถมไม่มีฐานยุทธศาสตร์ที่มั่นคงและชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน ที่ ปชช.เดือดร้อน

วันนี้ (26 ส.ค.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วาระเรื่องด่วน พิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายยืนยันว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินฉบับดังกล่าว โดยยกเหตุผลสำคัญ 4 ประการ

ประการแรก ประเด็นกฎหมายและอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ตราขึ้นโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ แต่ นายอภิสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความเห็นต่อศาลต่างเห็นสอดคล้องกับฝ่ายค้านว่า สถานการณ์ที่นำมาใช้เป็นเหตุผลในการออก พ.ร.ก.ยังไม่ถึงขั้นเป็นปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมชี้ว่า การพิจารณาความจำเป็นเร่งด่วนเป็นหน้าที่ของรัฐสภา และเห็นว่าการออก พ.ร.ก.ครั้งนี้เป็นการหลีกเลี่ยงและลดทอนอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ

ประการที่สอง ไม่ได้แก้ต้นเหตุวิกฤตพลังงาน นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เงินกู้ 200,000 ล้านบาทแรก ที่นำไปใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นเพียงมาตรการเยียวยาระยะเวลา 4 เดือน เมื่อสิ้นสุดมาตรการ ปัญหาต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพก็ยังคงอยู่ จึงควรนำแนวทางลดต้นทุนพลังงานมาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าการกู้เงินเพื่อเยียวยาชั่วคราว

ประการที่สาม เพิ่มความเสี่ยงทางการคลัง นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้ยอมรับว่ามีผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่การกู้เงิน 400,000 ล้านบาทจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เข้าใกล้เพดานร้อยละ 70 และลดพื้นที่ทางการคลังของรัฐบาล หากเกิดวิกฤตใหม่ในอนาคต พร้อมระบุว่าเป็นการเลือกแนวทางแก้ปัญหาที่เพิ่มความเสี่ยงให้ระบบเศรษฐกิจ

ประการที่สี่ แผนเปลี่ยนผ่านพลังงานยังขาดยุทธศาสตร์ชัดเจน โดยเฉพาะเงินกู้ 200,000 ล้านบาทส่วนหลัง นายอภิสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า แผนดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการวางยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ ขณะที่ข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และกำลังคนอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายได้ อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงถูกตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองและช่องโหว่ต่อการทุจริต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับการกู้เงินในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งนำไปสู่การปรับโครงสร้างจนระบบสถาบันการเงินมีความมั่นคงขึ้น หรือช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่มาตรการกระตุ้นสามารถผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตได้สูง เขาไม่เห็นผลลัพธ์ในลักษณะเดียวกันจาก พ.ร.ก.ฉบับนี้

“ผมฟันธงว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ ถ้าผ่านรัฐสภาไปบังคับใช้ เราจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

พร้อมระบุว่า ประชาชนจะยังต้องเผชิญปัญหาจากวิกฤตพลังงาน ขณะที่ประเทศไทยจะยังไม่มีฐานยุทธศาสตร์ที่มั่นคงและชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน จึงไม่สามารถลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้ และยืนยันคัดค้านทั้งในมิติกฎหมาย การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความเสี่ยงของประเทศ และยุทธศาสตร์พลังงาน