สส.รทสช. ชง 2 กฎหมายรับเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี คุมกากอุตสาหกรรม-อุ้มปาล์ม พร้อมหนุน พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน หากรัฐบาลวางกลไกรองรับ
วันนี้ (26 ส.ค.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมคณะ แถลงเสนอร่างกฎหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้ 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบตามมา โดยเฉพาะปัญหาขยะจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซากแบตเตอรี่ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จึงจำเป็นต้องมีกลไกทางกฎหมายกำหนดแนวทางและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงเสนอร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งตนเป็นผู้ร่างและยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การจัดการกากอุตสาหกรรม ซึ่งระบุว่า เป็นกฎหมายฉบับแรกของไทยที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีมีระบบรองรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
อีกฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์ม เพื่อรองรับผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์ม โดยเฉพาะหลังวันที่ 24 กันยายน 2569 ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะไม่สามารถชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพได้ อาจกระทบการใช้น้ำมันดีเซล B7 และราคาปาล์มน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวนำรูปแบบการบริหารของสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทรายมาปรับใช้ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ทั้งจากการขายผลปาล์มและผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบ เพิ่มมูลค่าและรายได้ให้เกษตรกร
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไปใช้เป็นกลไกรองรับ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะหากอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบโดยไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน อาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ พร้อมยืนยันว่า พร้อมสนับสนุน พ.ร.ก.เงินกู้ หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการวางกฎหมายรองรับควบคู่กันไป


