ปชป.เตรียมยกมือคว่ำ พ.ร.ก.เงินกู้ ชี้ไม่ใช่คำตอบ แก้โจทย์พลังงาน-ค่าครองชีพประชาชน พร้อมชี้ เป้าหมายโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านครัวเรือนของรัฐบาล ทำไม่ได้จริง พร้อมเปิดสถิติติดตั้งปีไม่ถึง2แสนครัวเรือน ย้ำไม่ต้องรีบกู้มากองที่กระทบภาระงบ-ใช้หนี้
วันที่ 26 ส.ค.นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตอนหนึ่งว่า ปัญหาหลักของประเทศมี 4 เรื่อง คือ เศรษฐกิจประเทศโตช้า มีปัญหาโครงสร้าง เพราะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น รายได้ประชาชนลดลง และ ของแพงต่อเนื่อง ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลอธิบายว่าส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาคือ ราคาน้ำมัน แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐบาลออก พ.ร.ก.ได้ แต่คำถามสำคัญคือการใช้เงินตามพ.ร.ก.แก้ปัญหาดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ตนมองว่าการกู้เงินมาแจกที่มีผลต่อเศรษฐกิจชั่ววูบ แต่แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้
นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงาน กองทุนเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยตามข่าวรัฐบาลพูดถึงเป้าหมายตั้งเป้าติดตั้ง 5แสน-1ล้านครัวเรือน ด้วยเงินพ.ร.ก. ตนขอถามว่ารัฐบาลทำได้จริงหรือไม่ เพราะปี2568 พบว่าทั้งประเทศติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพียง 1แสนครัวเลือก ส่วนปี2569 คาดว่าจะติดตั้งได้ 1.4แสนครัวเรืน ดังนั้นในปี2570 ตนเหมาให้เป็น 2 แสนครัว แต่ไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายขั้นต่ำของรัฐบาล เมื่อเทียบกับเป้าหมายขั้นสูงของรัฐบาลที่ 1 ล้านครัวเรือน เพราะเป็นแค่ 1 ใน5 ดังนั้นรัฐบาลต้องใช้เวลา 5 ปี ทำตามเป้าหมายที่รัฐาลประกาศจะสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ครบ 1 ล้านครัวเรือน
“สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเวลาที่แท้จริงยาวนาน ไม่จำเป็นเร่งด่วนต้องรีบกู้ บวกกับเงื่อนไข พ.ร.ก. ที่ต้องกู้ให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 30 กันยายน 2570 หรือ 1ปีเศษ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทำและทำไม่ได้ คือกู้เงินมากอง เพราะจะทำให้เกิดภาระของต้นทุน ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องแบกเพิ่มเติม สะท้อนให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนกู้ทั้งก้อนไม่มี” นายกรณ์ อภิปราย
นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นแล้วการกู้เงินจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังและการรักษาสถานะทางการคลังของประเทศ รวมถึงงเป็นภาระหนี้ของประชาชน โดยปัจจุบันพบว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพี มีถึง 67% และยังต้องกู้จากการขาดดุลงบประมาณปี69 ส่วนที่เหลือ และกู้อีก 8 แสนล้านบาท ในงบประมาณปี2570 และเมื่อรวมกับ พ.ร.ก. อีก4 แสนล้านบาท หนี้สาธารณะของประเทศ ช่วง 1 ปี มีแนวโน้มเพิ่ม 1.8-1.9 ล้านล้านบาท หรือ 10% ของจีดีพี ที่ทำให้เพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไม่เกิน 70% จะเอาไม่อยู่ และเชื่อว่างบปี2571 จะเจอปัญหา คือ ไม่มีเงินกู้ตามงบประมาณเพียงพอต่อการลงทุน 20% ตามกฎหมาย เมื่อถึงเวลานั้น รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องออก พ.ร.ก.
“เมื่อถึงเวลาแต่รัฐบาลออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่ได้ เพราะหนี้เต็มเพดาน 70% ดังนั้นไม่ว่าเหตุผลทางสถานะทางการคลัง สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่ว่าทำตามรัฐบาลเสนอ หรือ ทำเพราะไม่ผิดกฎมาย แต่เราต้องทำหน้าที่พิจารณาตามความเหมาะสมที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน เศรษฐกิจประเทศที่เติบโตล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ คำตอบของผมชัดเจว่า พ.ร.ก.นี้ ไม่ใช่คำตอบ ผมและสส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง สส.ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยออก พ.ร.ก.” นายกรณ์ กล่าว


