“พิมพ์ภัทรา-อวยพรศรี” จี้รัฐบาลแก้วิกฤตมังคุดทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว ชง GAP ดิจิทัล เปิดตลาดส่งออก ดันคลัสเตอร์มังคุดครบวงจร หวังตัดวงจรราคาดิ่งซ้ำซาก ยกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
วันนี้(25 สิงหาคม )น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย เร่งประสานรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมังคุด หลังผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะที่ราคาปรับลดลงต่อเนื่องสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
ข้อเรียกร้องจากบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนครศรีธรรมราช (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช สะท้อนตรงกันว่า แม้เกษตรกรส่วนใหญ่พัฒนาการผลิตตามมาตรฐาน GAP แต่ราคามังคุดกลับลดลงรวดเร็ว ขณะที่ค่าปุ๋ย ค่าแรงเก็บเกี่ยว คัดแยก บรรจุ และขนส่งยังสูง ส่งผลโดยตรงต่อรายได้เกษตรกร
น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า มังคุดมีช่วงเก็บเกี่ยวและจำหน่ายสั้น เมื่อสุกต้องเร่งเก็บและระบาย หากไม่มีตลาดรองรับเพียงพอ เกษตรกรอาจสูญเสียรายได้ทันที จึงเสนอให้รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายผลผลิต เชื่อมโยงตลาดในและต่างประเทศ หาผู้ซื้อรายใหญ่ เปิดตลาดใหม่ และสนับสนุนค่าบริหารจัดการและขนส่ง
สำหรับมาตรการระยะกลาง เสนอเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตั้งแต่การผลิตมังคุดคุณภาพ การเก็บเกี่ยว การสนับสนุนผู้ส่งออกและขยายตลาดต่างประเทศ ควบคู่ลดต้นทุนด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย เครื่องทุ่นแรง และระบบคัดแยกที่ทันสมัย
พร้อมผลักดันระบบมาตรฐาน GAP ดิจิทัล และระบบตรวจปล่อยแบบไร้เอกสารตั้งแต่ต้นทางถึงศุลกากร เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนการส่งออก รวมถึงจัดทำกลไกหรือทรัพยากรส่วนกลางที่สามารถนำมาช่วยบริหารผลผลิตทางการเกษตรได้ทันสถานการณ์
ส่วนระยะยาว เสนอจัดตั้งและพัฒนา “คลัสเตอร์อุตสาหกรรมมังคุดครบวงจร” เชื่อมตั้งแต่การผลิต รวบรวม โลจิสติกส์ การตลาด การส่งออก ไปจนถึงการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการพึ่งพาตลาดผลสดและลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซาก
ล่าสุดช่วงบ่ายวันเดียวกัน น.ส.พิมพ์ภัทรา พร้อมด้วย นางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ได้นำข้อเรียกร้องของเกษตรกรชาวสวนมังคุดยื่นตรงต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งระบายผลผลิต พยุงราคา ลดต้นทุน และเปิดตลาดรองรับโดยเร็ว
น.ส.พิมพ์ภัทรา ย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ควรจบเพียงมาตรการเฉพาะฤดูกาล แต่ต้องนำไปสู่การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับมังคุดนครศรีธรรมราชจากผลไม้ตามฤดูกาลสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่มีตลาดรองรับอย่างมั่นคง
“สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องช่วยเกษตรกรให้ผ่านช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดไปให้ได้ก่อน เพราะมังคุดรอไม่ได้ เมื่อสุกแล้วต้องเก็บและต้องมีตลาดรองรับ ขณะเดียวกันต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำทุกปี จึงต้องเดินทั้งมาตรการเฉพาะหน้าและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่กัน” น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าว


