xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ ไร้แผนลง จชต.ใช้สั่งเรียกถกติดตาม คุย มทภ.4 ไม่มียิงจาก ฮ.รับการข่าวต้องปรับเยอะ ยึดทำงานร่วมกันไม่มีใครนำใคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อนุทิน” บอกยังไม่มีแผนลง จชต. หวั่นสร้างความลำบาก จนท. ใช้วิธีสั่งการและเรียกประชุมติดตามแนวทางปฏิบัติต่อเนื่อง ถาม มทภ.4 ไม่มีเหตุ จนท.ยิงจาก ฮ. สั่งสอบเพื่อความสบายใจ รับการข่าวต้องปรับอีกเยอะ ลั่น ทำทุกวิถีให้สงบปลอดภัย ยึดหลักทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน “การเมือง-การทหาร” ไม่มีใครนำใคร จับมือไปด้วยกัน

วันนี้ (25 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า ถ้าตนลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ

เมื่อถามว่า กรณีมีการระบุเจ้าหน้าที่ยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนถามแม่ทัพภาคที่4 ท่านก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีเหตุเช่นนี้ แต่หากต้องการให้สบายใจตนจะกำชับให้แม่ทัพภาค 4 ดำเนินการให้ชัดเจน เพราะของพวกนี้โกหกไม่ได้ ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิต การพิสูจน์วิถีกระสุนปืนที่นำมาใช้สามารถพิสูจน์หลักฐานในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็เป็นไอเดียที่ดี ตนจะให้แม่ทัพภาค 4 ดำเนินการ

เมื่อถามว่า การเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ที่ผ่านมา มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า วิธีการดำเนินการเป็นความลับทางราชการ แต่เป้าหมายและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความปลอดภัยของประชาชน นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเรา เราจะทำทุกวิถีทางโดยเน้นเรื่องชีวิตให้ปลอดภัยสูงสุด

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายโจมตีทหารใช้อาวุธสงครามเป็นการกระทำที่แรงเกินกว่าเหตุ นายกฯ กล่าวว่า หลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐเขามีหลักอยู่แล้วทำตามกรอบกฎหมายกำหนด เราไม่สามารถสรุปได้ว่าแต่ละจุดการปฎิบัติการตอบโต้หรือการป้องกันตัวเอง หรือการเข้าปราบปรามเพื่อยุติเหตุร้ายมันแตกต่างกัน ในทุกช่วงเวลาทุกพื้นที่ ทุกสถานที่ แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถืออยู่เสมอ การดำเนินการภายใต้กรอบและสิ่งที่กฎหมายกำหนด ตนขอให้ความมั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนไหนที่จะทำนอกเหนือกฎหมายได้

เมื่อถามว่า การเกิดสถานการณ์ในพื้นที่กว่า 100 เหตุการณ์ภายใน3วัน จะมีการปรับมาตรการอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการข่าวต้องมีการปรับปรุงอีกเยอะ ตนได้แสดงความกังวลและห่วงใยให้เขาได้รับทราบแล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่อธิบายกับประชาชนยาก เหตุที่เกิดขึ้นพร้อมพร้อมกันนับ 10 นับ 100 ในห้วงสถานการณ์เดียวกัน เราจะบอกว่าเราไม่ทราบเลยก็แสดงว่าประสิทธิภาพใช้ไม่ได้เลย ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาทราบ เพียงแต่ว่าตอนที่เกิดเหตุในแต่ละจุดก็มีการเตรียมการเป็นอย่างดีจากฝ่ายก่อการ สื่อก็เห็นว่าตนใช้ดุลพินิจและอำนาจที่ตนมีอยู่ในส่วนที่ตนทำได้ ทั้งปรับปรุงบุคลากร วิธีการ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผบ.ตร. ผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 4 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มา 3-4 วันแล้ว เรามีแนวทางหาข้อสรุปเพื่อดำเนินการทุกวิถีทางทั้งการเจรจา การรักษากฎหมาย การเสริมกำลังเข้าไปให้เกิดความสงบเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน

เมื่อถามว่า อันนี้เป็นเหตุผลที่ต้องดึงทหารเข้ามาช่วยงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีเหตุผลหมด

เมื่อถามย้ำว่า กรณีมีการกล่าวอ้างว่ามีการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน ต้องตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทิน ตอบกล่าว เรื่องนี้สามารถพิสูจน์หลักฐานได้ด้วยวิถีกระสุนและโชคดีที่ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ถึงกับเสียชีวิต เราต้องเร่งดูแลเขาตรงนี้สามารถสอบถามเขาได้มีแพทย์ที่เป็นกลางมีจรรยาบรรณแพทย์กำหนดอยู่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามอีกว่า มีการรายงานนายกฯ ว่า มีการยิงลงจากเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีแต่การปฏิเสธว่าไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น ตนถามย้ำแล้วย้ำอีกว่า ไม่มีแน่นะ ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ รู้ได้อย่างไรว่าไม่มี แม่ทัพภาคที่ 4 ก็แถลงข่าวไปแล้วโดยเป็นสิ่งเดียวกับที่รายงานมายังตน ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้คงไม่ใช่ ไม่มีเหตุอะไรที่แม่ทัพภาคที่ 4 จะปิดบังประชาชน

เมื่อถามว่า นโยบายภาคใต้เราใช้การเมืองนำการทหาร หลังจากนี้ ต้องเปลี่ยนมาใช้ทหารนำการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีใครนำใคร จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน สร้างความสงบให้บ้านเมือง ทำงานด้วยกัน สามัคคีกันร่วมมือกัน