29 ส.ค.นี้ “ภัณฑิล” ชวนดูภาคต่อคดีโกง สว. หวั่น กกต.ฟันแค่ 8 คน จี้ขยายผลถึงคนสั่งการ ชี้ เส้นเงิน-โพย-อำนาจการเมืองเชื่อมกัน ด้าน “อนุสรณ์” ทวง “แสวง” แจง กมธ.พัฒนาการเมืองด้วยตัวเอง
วันนี้ (24 ส.ค.) นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงคดีโกง สว. ว่า วันที่ 29 สิงหาคม นี้ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะมีการจัดเสวนารอบสุดท้ายที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ ซึ่งอาจจะมีการเปิดหลักฐานเด็ดกว่าไอลอว์ และในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ก็จะมีการจัดเสวนา โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ นายวิชา มาหาคุณ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมเสวนาด้วย
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นมาต่อเนื่องนี้ ทุกคนน่าจะเห็นพ้องต้องกันว่าปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ สว. ที่ถูกเอ่ยชื่อทั้งประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ก็ยังคงอยู่ในตำแหน่ง และยังตั้งคำถามกลับ ให้ไปถามคนที่มาฟ้อง รวมถึง สว. ที่อยู่ในสำนวน ก็อยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา นอกจากนี้ยังมี 13 รัฐมนตรี และ 17 สส. พรรคภูมิใจไทยรวมทั้งหมด 229 คน
นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ดังนั้น หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ริอาจหมกเม็ด ตัดตอนเฉพาะ 8 คน ตามสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ใช่ทั้งขบวนการ แล้วใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง เส้นทางการเงินสุดท้ายเงินมาจากไหน ซึ่งต้องเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจ
“ไม่ได้บอกนะว่าเป็นคุณเนวิน ชิดชอบ เพราะระบอบสีน้ำเงิน เราไม่รู้ว่ามีใครอยู่ข้างหลังคุณเนวินหรือไม่ ต้องมีคนวางแผนวางระบบ คนจะมาเป็น สว. โหวตเตอร์พลีชีพ คนจัดทำโพย นายหน้าโอนตังค์ จัดหาผู้สมัคร ผู้ที่ได้รับเลือก 8 คนนี้ เป็นเพียงแค่จุดเดียว ที่เห็นเส้นเงินที่คนออกมาแฉกัน แล้วใครมีอำนาจตัดสินใจ” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า คลิปเสียงที่ออกมามักมีคำว่าพรรคเรา เขาเคาะมาแล้ว ข้างบนเขาจัดการกันหมดแล้ว ซึ่งอันตรายมากสำหรับระบบการเมืองไทย เพราะมันคือการกินรวบ เข้าถึงอำนาจของการแต่งตั้งองค์กรอิสระทั้งหลาย
“ผมอยากให้องค์กรอิสระกลายเป็นลูกทรพี ทรยศคนที่คลอดออกมา ออกมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง มโนสำนึกของท่าน ท่านคงไม่อยากติดคุก อย่างที่หลายคนออกมาขู่ เงิน โพย คน อำนาจทางการเมือง มันเป็นเนื้อเดียวกัน อัยการเองก็บอกว่าอย่าตัดตอนเฉพาะ 8 คน ให้สอบไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ จึงฝากไปถึง กกต. ว่าให้ส่งสำนวนของทุกคนไปยังศาลฎีกา เพราะ กกต. มีอำนาจตัดสินใจ และไม่มีความน่าเชื่อถือหลงเหลืออยู่แล้ว” นายภัณฑิล กล่าว
ด้าน นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมา ประชาชนและสื่อมวลชนจะเห็น นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาแถลงข่าวและชี้แจงคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. แทน กกต.มาโดยตลอด ซึ่งอยากให้ตั้งข้อสังเกตว่านายแสวงดำรงตำแหน่งเป็นเพียงเลขาธิการ กกต. เท่านั้น ไม่ได้มีฐานะเป็น กกต. แต่อย่างใด แม้จะมีกระแสข่าวลือว่าในอนาคตอาจได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็ตาม แต่วันนี้บทบาทหน้าที่ยังคงเป็นเพียงเลขาธิการ
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น จึงอยากเห็น กกต. ซึ่งเป็นตัวจริง หรืออย่างน้อยหนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวอธิบายความคืบหน้าและกระบวนการไต่สวนด้วยตัวเอง โดยเฉพาะกรณีที่ กกต. เคยระบุไว้เองว่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือนสิงหาคม แต่ล่าสุดกลับพบว่าเลขาธิการ กกต. ออกมาพูดในลักษณะโยนหินถามทางถึงองค์ประกอบความผิด 3 ข้อตามกฎหมาย จึงเกิดคำถามว่าเป็นการตั้งคำถามในนามใคร และตกลงแล้วใช้หมวกใบใดในการแถลงข่าวกันแน่
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ขอฝากถึง นายแสวง ให้เข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านี้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. เคยส่งหนังสือเชิญไปแล้วหลายครั้ง แต่นายแสวงมักส่งเพียงตัวแทนหรือลูกน้องมาร่วมประชุม ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถตอบคำถามชัดเจนได้
นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า ในการพิจารณาของชุดไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีข้อสรุปให้ส่งเรื่องผู้สมัคร สว. จำนวน 229 คน ให้ศาลฎีกาพิจารณานั้น นายแสวงเคยให้ข้อมูลต่อ กมธ. ว่าตนเองไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากได้มอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด เช่นเดียวกับชุดไต่สวนชุดที่ 36 ที่นายแสวง ก็ระบุว่า ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากเป็นเรื่องของคณะกรรมการ
“แต่วันนี้นายแสวงกลับออกมาแถลงข่าวด้วยความเชี่ยวชาญ รู้ทุกเรื่อง รู้ข้อกฎหมาย และพฤติการณ์ในคดีอย่างชัดถ้อยชัดคำ จึงอยากขอความร่วมมือให้นายแสวงเดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อ กมธ.พัฒนาการเมือง ด้วยตนเอง” นายอนุสรณ์ กล่าว


