จะเรียกว่า “ลมเริ่มเปลี่ยนทิศ” แบบเร็วและแรงเกินคาด สำหรับกระแสต้าน “คนต่างด้าว” และนักลงทุนบางกลุ่ม ซึ่งนาทีนี้ต้องยกให้กลุ่มคน“ชาวยิว” หรือชาวอิสราเอลที่มาตั้งชุมชนในประเทศไทย รวมไปถึงกลุ่ม “นักลงทุนชาวจีน” ทั้งที่เป็นกลุ่มทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ผ่านทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ “บีโอไอ” รวมไปถึง “ทุนเทา” ที่ผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
ทั้งสองกลุ่มนี้ เริ่มถูกคนไทยต่อต้านและแสดงความ “รังเกียจ” มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาการรังเกียจดังกล่าวได้สั่งสมมาจากพฤติกรรม “กร่าง” ในแบบที่ไม่เห็นหัวคนไทย จากเดิมที่คนพวกนี้เคยเป็นนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เป้าหมายในช่วงแรกๆ ก็จะเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น อำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น จากนั้นก็ขยายไปอีกหลายจังหวัด เช่น อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สำหรับในพื้นที่ท่องเที่ยวดั้งเดิม เช่น เกาะสมุย พงัน ในตอนแรกชาวอิสราเอลจะเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว และจะอยู่นานนับเดือน จากนั้นก็มีการขยับขยายตั้งรกราก ทำธุรกิจ ซึ่งก็เป็นไปตามสูตรที่รับรู้กัน คือใช้ “นอมินี” และข้าราชการทุจริต จนกลายมาเป็นการตั้ง “ชุมชนชาวยิว” ในหลายพื้นที่ ทั้งในเกาะสมุย เกาะพงัน อำเภอปาย และจังหวัดภูเก็ต และอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทย ที่น่าจับตาก็คือการขยายพื้นที่ไปยังภาคอีสาน โดยเฉพาะจากการตรวจสอบสืบค้นมาเชื่อมโยงมาจาก เกาะสมุย และเกาะพงันดังกล่าว
ในชุมชนชาวยิวดังกล่าว ถึงขั้นประกาศ“คนไทยห้ามเข้า” บางครั้งมีการทำร้ายและข่มขู่คนไทย จนราวกับว่า พื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่ประเทศไทย เหมือนกับว่าพวกเขากำลังจะทำให้พื้นที่บนแผ่นดินดังกล่าวกำลังจะเป็นพื้นที่ “พันธสัญญา” ของชาวยิวไปแล้วหรือเปล่า
นอกเหนือจากนี้กระแสไม่พอใจนักท่องเที่ยวอิสราเอล หรือ ชาวยิว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตบางคน ที่มีพฤติกรรมแย่ๆ ไม่เหมาะสม เช่น กินแล้วไม่จ่ายตังค์ ชักดาบ ทะเลาะกับรถตุ๊กตุ๊ก และอื่นๆอีกมากมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้กับคนภูเก็ต เริ่มมีมากขึ้น
มีรายงานว่ามีร้านค้าแห่งหนึ่งในภูเก็ต ขึ้นป้ายไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล หลังจากที่เกิดกรณีดรามาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวชาวยิว ด้วยข้อความ “Fuck Israel” “No Israel” พร้อมวาดเครื่องหมายกากบาท และยกนิ้วกลาง และปักธงชาติปาเลสไตน์ ไว้ด้วย เป็นแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนถึงการไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มอิสราเอล
ขณะเดียวกัน ยังมีเหตุการณ์ที่มีการกล่าวถึงเป็นกระแสในโลกโซเชียล เมื่อ เพจ เจ๊ม้อย v+ เผยคลิป มีชายไทยคนหนึ่งที่กำลังมีปากเสียงกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ประมาณ 125 คน โดยระบุข้อความว่า “ หนุ่มใจกล้า ไล่ นทท.ชาวยิว พวกอิสราเอล !! ต้องเจอตัวแม่ ตัวมัม อย่างนี้ค่ะ ตัวแม่ไม่ทนกับพฤติกรรมยิว สวดยับค่ะ เรื่องก็คือ นางกำลังยืนขายของให้ชาวปาเลสไตน์ อยู่ดีดี กลุ่มยิว อิสราเอล ประมาณ 12 คน มายืนจ้องหน้านาง เหมือนจะหาเรื่อง นางเลยถามไปว่า " มีอะไร " พวกยิว หันมาตะโกน ใส่นางว่า " free israel " งานนี้ นางจัดชุดใหญ่ใส่พวกยิว เอาธงปาเลสไตน์ แล้วโบกธง " free palestine อย่ามาซ่าถิ่นกู " ไม่พอ นางตะโกนไล่พวกยิว ตามหลังแบบไม่สนโลก
อย่างไรก็ตาม หลังมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว ออกไป พบว่า มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่นให้กำลังใจ สู้ๆ ต้องแบบนี้ ที่นี่ประเทศไทย มาดีเราต้อนรับแบบมิตร ถ้ามาแบบนี้จะเอาไว้ทำไม บ้านเรา และอื่นอีกมากมาย
สำหรับคลิปที่เกิดขึ้น กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นคลิปที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ากระแสความไม่พอใจชาวอิสราเอลในประเทศไทย เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ที่ต้องกล่าวถึงก็คือ “กลุ่มทุนจีน” ซึ่งมีทั้ง “ทุนเทา” และทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล ผ่านทางบีโอไอ ซึ่งแน่นอนว่าพวกทุนเทานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ มีการก่ออาชญากรรมมีการใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ทั้งหลอกลวงคนไทยและคนจีนด้วยกันเอง และยังสร้างความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนอีกประเภทหนึ่งก็คือ “ทุนจีนที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล” คนกลุ่มนี้ เริ่มถูกจับตามองมากขึ้นเช่นเดียวกันว่า ในที่สุดแล้วจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่สร้างประโยชน์ให้กับระบบเศรษฐกิจในประเทศไทย เพราะจากการตรวจสอบแล้ว มีรายงานข่าวอยู่ตลอดเวลาว่า นักลงทุนพวกนี้ไม่ได้มีการจ้างงานคนในท้องถิ่น รวมไปถึงใช้วัตถุดิบในประเทศ แทบทั้งหมดมีการนำเข้ามาจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน วัตถุดิบ ล้วนนำเข้ามาจากประเทศต้นทาง ขณะที่มีการประโยชน์จากการยกเว้นภาษี หรือใช้เป็นฐานการผลิต เพื่อใช้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษีส่งออกไปต่างประเทศ
อีกทั้งการทำธุรกิจยังมีแต่เรื่องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมทั้งเรื่องการใช้แรงงานผิดกฎหมาย หรือการประกอบธุรกิจที่ก่อมลพิษ ทำลายสิ่งแวดล้อม มีการแย่งชิงทรัพยากร ที่กำลังสร้างปัญหาในพื้นที่ภาคตะวันออกที่กลุ่ม “ทุนจีน” พวกนี้เข้ามาสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ในกลุ่มนักท่องเที่ยวก็มีเสียงบ่นจากคนไทยจำนวนมากขึ้น ทั้งในเรื่องมารยาท การไม่เคารพกฎหมายไทย สร้างความเดือดร้อนรำคาญ จนบางครั้งเกือบสร้างผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
แน่นอนว่า คนพวกนี้ย่อมมีทั้งคนดี และคนไม่ดี แต่สำหรับทั้งสองชาติดังกล่าวมักมีสถิติที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญกับคนไทย มักทำผิดกฎหมายไทย อีกทั้งยังมีการ“ละเมิด”คนไทย มีการเหยียบย่ำคนไทย จนระยะหลังเริ่มมีกระแสต่อต้านมากขึ้น จนมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลต้องมีการเข้มงวด คัดกรองทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุน เพราะหากมีแต่สร้างปัญหามันก็ได้ไม่คุ้มเสีย!!


