xs
xsm
sm
md
lg

“สว.ชีวะภาพ” ชี้ เหตุน้ำท่วมน่าน ป่าต้นน้ำย่อยเปลี่ยนสภาพ-ถนนขวางทางน้ำ เสนอนำหลัก “ทิศลาด” วางผังเมือง-ทำระบบเตือนภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สว.ชีวะภาพ ชี้ สาเหตุน้ำท่วมน่าน ป่าต้นน้ำย่อยเปลี่ยนสภาพ-ถนนขวางทางน้ำ เสนอนำหลักวิชาการ “ทิศลาด” ช่วยวางผังเมืองและระบบเตือนภัย เผย กมธ.ทรัพยากรฯ เตรียมประชุมด่วนสัปดาห์นี้

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน ว่า จากมุมมองทางวิชาการ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงสิ่งสำคัญ 2 ประการที่สังคมและโดยเฉพาะส่วนราชการมักมองข้าม คือ หลักการจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งเป็นวิชาการสองด้านที่ต้องพิจารณาควบคู่กันเสมอ เนื่องจากจังหวัดน่านมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งจังหวัดและเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำน่าน โดยภายในพื้นที่ยังมีลุ่มน้ำย่อยอีกหลายแห่ง เช่น ลุ่มน้ำคูน ลุ่มน้ำขว้าง และลุ่มน้ำปัว

นายชีวะภาพ ระบุว่า แม้ภาพรวมของจังหวัดน่านจะมีพื้นที่ป่าไม้ที่สมบูรณ์คิดเป็นร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด แต่การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถมองเฉพาะภาพรวมทั้งจังหวัดได้ หากต้องลงไปสังเกตการณ์ในระดับลุ่มน้ำย่อยแต่ละแห่ง เช่น พื้นที่บ้านฝาย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว ซึ่งพบว่า สภาพป่าต้นน้ำบริเวณดอยภูคา และพื้นที่ลำน้ำสาขาอย่างลำน้ำคูนและลำน้ำขว้างได้สูญเสียบทบาทเดิมจากการถูกเปลี่ยนเป็นสภาพเขาหัวโล้น ส่งผลให้โครงสร้างป่าต้นน้ำตั้งแต่ไม้เรือนยอด ไม้ชั้นรอง จนถึงพืชคุมดิน ไม่สามารถทำหน้าที่ชะลอน้ำและหน่วงน้ำลงสู่ชั้นใต้ดินได้เหมือนในอดีต เมื่อฝนตกหนัก ปริมาณน้ำจึงไหลบ่าผ่านลำธารและทุ่งนาเข้าสู่ชุมชนทันที

นอกจากนี้ การวางผังเมืองและการก่อสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนนและสะพาน ยังขาดการคำนึงถึงทิศลาด (Aspect) ซึ่งเป็นแนวทิศทางความลาดชันตามธรรมชาติที่กำหนดเส้นทางการไหลของน้ำ ส่งผลให้เมื่อเกิดน้ำป่าไหลบ่า น้ำจึงทะลักข้ามถนนสายหลักและทางหลวงหลายแห่ง โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการสร้างสิ่งปลูกสร้าง ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำเป็นต้องนำหลักการใช้ประโยชน์ที่ดินและทิศลาดมาใช้ในการวางแบบโครงสร้าง เช่น การสร้างคันกั้นน้ำ การปรับเนินถนนเพื่อบล็อกทางน้ำ ตลอดจนการจัดการโครงสร้างเก่าที่กีดขวางทางน้ำ เช่น ซากสะพานเดิมบริเวณถนนสาย 101 อำเภอปัว ที่ชำรุดจากอุทกภัยในอดีตแต่ยังไม่มีการรื้อถอน

นายชีวะภาพ ยังกล่าวถึงระบบการเตือนภัยว่า ปัจจุบันยังขาดสัมฤทธิผลในการปฏิบัติงานจริง ทั้งที่ควรมีการติดตั้งอุปกรณ์วัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำพื้นฐานตามสถานีวัดน้ำบนยอดเขาเพื่อประเมินจุดวิกฤตและแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมาก ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เตรียมจัดประชุมด่วนเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีป่าต้นน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบต่อไป