โฆษกรัฐบาลเผย 5 ความสำเร็จ นายกฯ เยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์เป็นทางการ เปลี่ยนความสัมพันธ์เป็นโอกาส เปิดตลาดการค้า ดึงนักลงทุน สร้างงานให้คนไทย
วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลสำเร็จการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 17–22 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่า รัฐบาลเดินหน้าเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศให้เป็น “โอกาสที่จับต้องได้” สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้ประสบผลสำเร็จรอบด้าน สรุปได้ 5 มิติสำคัญ ที่จะสร้างโอกาสและประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในระยะข้างหน้า
1. เปิดประตูการค้า ดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
รัฐบาลเดินหน้าใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการจับมือนิวซีแลนด์ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 3 เท่า สู่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2045
ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีได้หารือโดยตรงกับ T&G Global บริษัทชั้นนำด้านผลไม้ของนิวซีแลนด์ เพื่อเปิดทางต่อยอดความร่วมมือจากแบรนด์ Envy™ และปูทางนำผลไม้คุณภาพของเกษตรกรไทยสู่ตลาดโลก
2. ปักธงไทยเป็น “ฐานลงทุน–ฐานผลิต–ประตูสู่อาเซียน”
นายกรัฐมนตรีใช้เวทีนี้เชิญชวนนักลงทุนจากบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 50 บริษัท ครอบคลุมเทคโนโลยี ดิจิทัล เกษตร ยานยนต์ และเหมืองแร่ พร้อมนำเสนอกลไก Thailand FastPass เพื่อปลดล็อกอุปสรรคและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านนิวซีแลนด์ Skyline Enterprises สนใจขยายการลงทุนด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย ขณะที่ T&G Global พิจารณาใช้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังอาเซียนและอินเดีย โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งผลักดันความสนใจไปสู่การลงทุนและการจ้างงานจริงในประเทศไทย
3. ดึงเทคโนโลยีระดับโลก ต่อยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ไทยเดินหน้าความร่วมมือกับออสเตรเลียในสาขาที่เป็นเทรนด์โลก ทั้งแบตเตอรี่และยานยนต์แห่งอนาคต พลังงานสะอาด เทคโนโลยีการเกษตร ความมั่นคงทางไซเบอร์ และ AI โดยผสานจุดแข็งด้านแร่ธาตุและเงินทุนของออสเตรเลียเข้ากับฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย
ไฮไลต์สำคัญคือการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Top Flying และ NZAero เปิดทางสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบินและยกระดับบุคลากรไทยสู่มาตรฐานสากล โดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน
4. เปิดโลกทักษะใหม่ ดัน SMEs–ครีเอเตอร์ไทยโกอินเตอร์
จุดเด่นที่คนไทยจับต้องได้คือ นายกรัฐมนตรีเยือนสำนักงานใหญ่ Canva ในออสเตรเลีย หารือเพิ่มจำนวน Canva Creators ชาวไทย พร้อมผลักดันโครงการ Skill Bridge เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ด้านนิวซีแลนด์ ไทยและนิวซีแลนด์ยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” พร้อมขยายความร่วมมือด้านการศึกษา เปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างรายได้จากตลาดโลกมากขึ้น
5. ผนึกกำลังสองแดนใต้ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ไทยยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน พร้อมขยายความร่วมมือด้านตำรวจกับนิวซีแลนด์เพิ่มเติม
นางสาวรัชดากล่าวทิ้งท้ายว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ไทยมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี และความมั่นคง โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพราะความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่เพียงจำนวนเอกสารที่ลงนาม แต่ต้องแปลงเป็นตลาดใหม่ การลงทุนใหม่ งานใหม่ และรายได้ที่จับต้องได้จริงของคนไทยทุกคน
“การทูตนำเศรษฐกิจ คือการใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศสร้างโอกาสให้คนไทย รัฐบาลต้องการดึงทั้งการลงทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ และงานเข้าประเทศ ขณะเดียวกันก็เปิดประตูให้สินค้า เกษตรกร SMEs ครีเอเตอร์ และคนไทยออกไปสร้างรายได้จากตลาดโลก”


