xs
xsm
sm
md
lg

สคบ.-ศุลกากร ยกระดับปราบ “บุหรี่ไฟฟ้า” ชงนายกฯ เซ็นตั้ง “บอร์ดแห่งชาติ” ดันการแก้ปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิกฤต “บุหรี่ไฟฟ้า” ระบาดหนักตร.จับแล้ว 6,656 คดี ยึดของกลาง 5.1 ล้านชิ้น มูลค่าเฉียดพันล้าน ผุด “ศปบย.ตร.” หลังพบยาเสพติดแทรกซึม ศุลกากร-สคบ.แฉกฎหมายซ้ำซ้อน ปราบติดขัด จี้ตั้ง “บอร์ดแห่งชาติ” แก้กม.ให้มีครบจบในฉบับเดียว และผู้กระทำผิดต้องจ่ายค่าทำลายของกลางแทนรัฐ ด้าน ปปง.ลุยยึดทรัพย์ ตัดเส้นเงินขบวนการไม่ต้องรอคดีอาญา

         เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ขึ้น ภา ยใต้แนวคิดหลัก "หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง" (Commercial Determinants of Health: CDoH) โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการประชมครั้งนี้ คือเวทีเสวนาในหัวข้อ"ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย" ซึ่งได้เชิญตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติงานจริง มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อจำกัด รวมถึงช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน โดยพล.ต.ต.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ผบก.ผอ.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำ นักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการป้องกันปราบปรามการกระ ทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าในเชิงนโยบาย คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2567 กำหนดให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนด้านการปราบปรา มบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง อีกทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับผ่านการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับ ผบช. หรือเทียบเท่า และ ผ บก. หรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2568
ว่า ให้ยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การหลอกลวงประชาชน อาชญา กรรมทางเทคโนโลยี และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของประ ชาชน

"สิ่งหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับบุหรี่ไฟฟ้า คือจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแยกเฉพาะเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า คือ'ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) ก่อตั้งขึ้นช่วงเดือน มิ.ย. 2569 โดยสาเหตุที่มีการก่อตั้งศูนย์ฯ นี้ เนื่องจากมีสถิติเกี่ยวกับบุหรี่ไฟ ฟ้าที่สูงขึ้น และจุดสำคัญคือเริ่มมียาเสพติดเกิดขึ้นในวงการบุหรี่ไฟฟ้า อย่างชัดเจน"

ทั้งนี้สถิติการจับกุมความผิดเกี่ยวกับ บุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2568 - 2569 (15 ก.ค.69) มีการจับกุมแล้ว 6,656 คดี, มีผู้ต้องหา 6,943 คน, ของกลาง จำนวน 5,118,647 ชิ้น รวม มูลค่า 908,672,131 บาท ขณะที่ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยนั้น จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ 5 ข้อหลัก คือ1.ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้ดุลยพินิจตีความข้อกฎหมาย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ จึงต้องใช้กฎ หมายหลายฉบับในการดำเนินการ อาทิ พ.ร.บ.คุ้มค รองผู้บริโภคพ.ศ.2522, พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560, พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งแต่ละฉบับจะมีวิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติที่แตกต่างกัน

2. ความไม่ชัดเจน กรณีการดำเนินคดีกับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการสูบ ซึ่งโดยปกติแล้วการสูบบุหรี่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ แต่ตัวบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาในพอต ต้องตรวจให้ได้ก่อนว่าเป็นมีสารประกอบนิโคตินหรือไม่ หากขาดความเป็นนิโคติน ก็ไม่เข้านิยามของ “บุหรี่” 3. ขั้นตอนการประเมินและคำนวณพิกัดภาษีศุลกากร การขอระงับคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มักไม่ทันตามกรอบเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน จนมีผลกับการฟ้องคดีในฐานความผิดอื่น 4. ความไม่สะดวกในการนำส่งบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากศุลกากรมีที่ตั้งไม่ค รบทุกจังหวัด และ 5.ความไม่สะดวกในการส่งของกลางตรวจพิสูจน์ เพื่อหาสารประ กอบในบุหรี่ไฟฟ้า


ด้าน นายจรัญวัฒน์ ใยนิรัตน์ นักวิชาการศุลกากรชำราญการ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 กรมศุลกากร กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าถูกกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ห้ามนำเข้า มาในราชอาณาจักร และประกาศกระทรวงพาณิชย์ ปี พ.ศ.2559 บุหรี่ไฟฟ้า ห้ามนำผ่าน (Transit) ราชอาณาจักรไทย โดยบทลงโทษของบุหรี่ไฟฟ้า ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตราสำคัญคือ มาตรา 242 นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ซึ่งของต้องห้าม มีโทษจำ คุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับฯ

ส่วนมาตรา 244 นำของเข้ามา ส่งออก นำผ่าน ถ่ายลำ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯ และมาตรา 246 มีไว้ในครอบครอง ซึ่งของต้องห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯ
ทั้งนี้กรมศุลกากรตระหนักถึงปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้ามาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2566 และได้ออกแผนแนวทางการปฏิบัติร่วมในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีการแต่งตั้งศูนย์อำนวยการขึ้นมา และให้กองสืบสวนและปราบปรามไปช่วยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าจากจีน ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ในมาเลเซียบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ไทยกับมาเลเซียมีพรมแดนติดกันทั้งทางบกและทางทะเล ภาคใต้จึงเป็นปัญหาสำคัญของเรา

อย่างไรก็ตามภาพรวมสถิติการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ปีงบประมาณ 2566 - 2569 มีจำนวนคดี 1,339 ราย จำนวนของกลาง 1,712,751 ชิ้น มูลค่าของกลาง 260.44 ล้านบาท ขณะเดียวกันด้วยความที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารเคมี การทำลายของกลาง ต้องใช้เตาเผาปิดตามมาตรฐานสากล ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงถึงตันละ 20,000 กว่าบาท ล่าสุดที่ได้มีการทำลายไป 95 ล้านชิ้นทางกรมศุลกากร ต้องของบภารกิจของกรมฯ 2,000,000 กว่าบาท เพื่อนำมาใช้ในการทำลายของกลางดังกล่าว


ด้านนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 และรองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระสำคัญ เพราะวันนี้ถ้าภาครัฐไม่สกัด เชื่อได้ว่าเยาวชนเรียนจบไปแทนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกันหมด เพราะการสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำลายสุขภาพร่างกายอย่างชัดเจน

“สคบ. เข้ามาดูแลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2558 แต่การบังคับใช้กฎหมายมีความซับซ้อนสูง เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเรื่องเดียวคาบเกี่ยวกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายศุลกากร คุ้มครองผู้บริโภค พาณิชย์ หรือควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องพิจารณาองค์ประกอบทางกฎหมายหลายส่วนก่อนลงมือจัดการ"

นายเลิศศักดิ์ ให้ข้อมูลความคืบหน้า ขณะนี้ว่า รัฐบาลกำลังยกระดับการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า โดยนางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี ลงนามจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ(บอร์ดแห่งชาติ)เพื่อเข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำร่างคำสั่งเรียบร้อยแล้ว

“เชื่อว่าในอนาคต หากมีการจัดตั้งบอร์ดแห่งชาติและแก้กฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นฉบับเดียวจบ จะช่วยปกป้องเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างกลไกที่ครบถ้วน โดยบังคับให้ผู้กระทำผิดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำลายของกลาง แทนการใช้งบประมาณของรัฐ"

ขณะที่นายพงศ์ธร ทองด้วง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ในส่วนของ ปปง. เน้นการดำเนินกับตัวทรัพย์ หมายความว่า ถ้าการกระทำความผิด เป็นความผิดมูลฐานทรัพย์เหล่านั้นถือว่า เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งจากที่
กฎหมายฟอกเงินถึงเข้ามามีบทบาทในเรื่องการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา มีการบูรณาการการทำงานกับทางตำรวจ, ศุลกากร รวมถึง สคบ. ในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า มีการยึดทรัพย์ไปแล้วหลายคดี ซึ่งข้อดี ของกฎหมายฟอกเงินคือ ไม่ต้องรอคดีอาญา ปปง.เจอทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หากเจอว่า เส้นเงินไปเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือกลุ่มผู้กระทำความผิด สามารถดำเนินการได้เลย ดังนั้น มาตรการเรื่องทรัพย์จึงจะเป็นตัวที่จะเข้าไปเสริมการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า